หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
25
ไม่มีความสบายใจตลอดเวลา หวาดหวามอยู่เรื่อย ตะวันยิ่งคล้อยต่ำลงหัวใจยิ่งจะมืดลงไปด้วย ระฆังวัดย่ำค่ำครางเยือก สุนัขเห่าหอนตามระเบียบของมัน ที่ชายวัดด้านโน้นเป็นเขตป่าช้า มีไม้ใหญ่ยืนต้นอยู่ระกะ อากาศแถวนั้นจึงมืดครึ้มน่ากลัว เวลานี้พวกญาติพร้อมใจกันจะไปขุดศพ แต่ดูยังกับสภาพจะไปฝัง ระฆังวัดดังระงมดังส่งวิญญาณ เวลาย่ำค่ำพวกผู้ใหญ่เคยพูดว่าเป็นเวลาที่ผีจะออกจากที่เก็บและหลุมฝัง คิดแล้วทำให้ใจกระวนกระวายยิ่งนัก
"ลงมือกันหรือยังหลวงพี่?" เสียงใครร้องถาม แล้วก็มีเสียงแซงถามกันขึ้นอีก แต่เป็นเสียงเต็มใจบ้างไม่เต็มใจบ้าง บางเสียงว่า "ขุดกลับเสียที นอนหลับอยู่หลายวันมาแล้ว หน้าตาจะเป็นอย่างไรบ้างป่านนี้" เสียงครั้งหลังนี่ไม่เป็นมงคลหูเลย รู้สึกเกลียดผู้พูดจริงๆ บางคนทำท่าอยากจะไปขุดนัก อยากจะยุ่งกับของเหม็นของน่ากลัว ดูกล้าหาญอย่างคนบ้าแท้ๆ อยากรู้นักว่าถ้าเปิดฝาโลงขึ้นแล้ว ใครนะจะเป็นคนชะโงกหน้าดูในโลงว่าศพนี้จะฟื้นจริงหรือไม่
ครู่นั้นเองหลวงน้าปั่นก็เดินนำหน้าพวกญาติมุ่งตรงเข้าเขตป่าช้า เขาเดินกันเป็นแถวสายยาว ที่หลุมดินยังพูนอยู่มาก เพราะเป็นศพใหม่ ป้ายชื่อปักไว้เด่น แสงสว่างยังพอมีอยู่บ้างยังไม่ถึงจะต้องจุดไฟ หลวงน้าปั่นบอกให้ลงมือขุดได้ พวกที่ใจกล้าแข็งก็ฉวยจอบเสียมลงมือกันทันที
เป็นเวลาชั่วครู่ เสียงคนขุดร้องว่าถึงแล้ว ผมบังหลังยายและญาติฝ่ายหญิงอยู่ห่างๆ ใจคอเต้นระส่ำระส่ายเจ้ากลิ่นศพอื่นที่ฝังตื้นๆ ส่งกลิ่นฉุยๆ ทำให้เกิดความกลัวขึ้นทันที เสียงผู้ทำการขุดโ่ต้เถียงกันเองว่าควรขุดด้านโน้นก่อนด้านนี้ก่อน จะได้ยกโลงขึ้นสะดวก ชั้นแรกผมไม่ตั้งใจจะอยากดู แต่ก็อดชะเง้อไม่ได้ เอามือยันไม้หลักหลักหนึ่ง เพื่อจะยันตัวให้สูงด้วยใจเต้นรัว อยากรู้ว่าโลงจะขึ้นพ้นดินแล้วหรือยัง มาสะดุ้งตัวเอาตอนที่นึกเฉลียวใจว่าตัวเองกำลังเอามือเท้ายันไม้อะไรอยู่ มันคือไม้ปักชื่อของผู้อยู่ใต้ดิน รีบหดมือแล้วโดดห่างด้วยความแขยงใจ