หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
27
ผมสะดุ้งทั้งตัว ใจแทบหยุดเต้น ทุกคนก็คงเหมือนผม และรู้สึกว่าเกิดอลวนกันยกใหญ่ ที่อยากเห็นอยากรู้ก็ฮึดกันเข้าไป ฝ่ายหญิงมีสีหน้าซีดตื่นเต้นใจ ใจผมไม่อยู่กับตัว เสียงคนเฮและพูดกันเอาศัพท์ไม่ได้ ผมชะเง้อคอลอดตามช่องว่างทอดตาไปที่ปากโลงคอยอยู่เพื่อจะรู้ว่าร่างที่ห่อผ้าขาวเน่าเปื่อยนั้นจะขึ้นมาได้อย่างไร กลิ่นเหม็นออกฟุ้งแสดงว่าเน่าเฟะ เหตุใดจะฟื้นได้ ครั้นจะแทรกคนเข้าไปดูก็ไม่กล้า
"เอ้า! พวกเราอุ้มเอาแต่ตัวไป เอาโลงทิ้งไว้วัด" หลวงน้าปั่นร้องสั่ง ผมใจเต้นรัว
"เอาผ้าขาวและตัดตราสังออกก่อนซิครับหลวงพี่ เอ! เหม็นได้อย่างไรนี่ คนก็ฟื้นแล้ว"
"คงจะเน่าแต่เพียงผิวหนังเท่านั้นเอง"
"ถ้าจะจริง"
"เอ้า! ตัดผ้าออก ตัดตราสังเลย"
นอกจากเสียงคนเหล่านี้ก็มีเสียงคนแก่ๆ พูดว่า ขอบคุณพระยมที่ปล่อยน้าอั๋นกลับมาอีกอย่างปราณี บ้างรับขวัญ บ้างดีใจร้องไห้โฮ รวมทั้งเสียงต่างๆ และภาพที่เห็นทำให้หัวใจผมอลเวง ศพที่ถูกยกออกจากโลงวางลงที่เนินหญ้า ผู้คนที่ออแน่นค่อยๆ ห่างออกเนื่องจากกลิ่นแรงหรือมีความกลัวเจือปน ซึ่งรู้ๆ กันอยู่ว่านั่นคือศพ อดจะฉงนและหวาดหวั่นใจไม่ได้ ทุกๆ คนคงกำลังใจเต้น เพราะอีกประเดี๋ยวร่างกายที่เน่าเปื่อยนั้นจะลุกขึ้นมาได้ ผมได้มีโอกาสเห็นศพได้ถนัด ด้วยว่าคนที่มุงใกล้ถอยห่างออกไป ร่างนั้นอยู่ในถุงขาวห่อหุ้มตราสังมัดแน่น น้ำเหลืองเลือดหนองเลอะเทอะ
ใครสองสามคนผมไม่รู้จัก เอามีดตัดตราสังออกแล้วฉีกถุงผ้าขาวแสนเปรอะนั้นออก มองดูห่่างๆ ใจคออดเสียวไม่ได้ ดึงผ้าขาวออกชั้นหนึ่งใจก็เต้นรัวตามไปด้วย เร่าร้อนวูบวาบหวั่นไหว ประดุจว่าถ้าถึงชั้นในคือร่างกายของผู้ตาย เมื่อนั้นหัวใจผมจะดับลง