หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
28
ในครู่นั้นเอง ผ้าห่อชั้นในหลุดออก ร่างกายเน่าเฟะนอนอยู่อย่างคนตายธรรมดา ไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นคืนชีวิตได้เลย มีเสียงถกเถียงของพวกญาติอีกพักหนึ่ง กลิ่นเหม็นก็อบอวลแทบจะทนไม่ได้ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก พุ่งเข้าไปในลำคอ อึดใจไว้นานก็จะขาดใจ ครั้นจะระบายหายใจกลิ่นที่เข้าทางจมูก จะพ่นออกทางคอรู้สึกคอขม ท่านพวกนี้จะขุดผีขึ้นมาทำไมกันหนอ เพียงแต่ฝันก็เชื่อกันได้ ขุดขึ้นมาแล้วก็เห็นอยู่แก่ตา ศพก็เป็นศพอย่างนั้น แต่เมื่อสักครู่ใครตะโกนว่าศพกระดิกตัวได้ ถึงกับแก้ห่อออกแล้วมานอนเฟะอยู่อย่างนี้
"คุณพระช่วย!" ผมผงะถอยหลังและร้องออกมาด้วยความตกใจศพกระดิกแขนได้จริงๆ คนที่ล้อมดูนิ่งงันอยู่กลับเอะอะกันเซ็งแซ่ ผมกลัวถึงกับขาสั่น แสงไฟส่องพอแลเห็นถนัด ศพกระดิกแขนทั้งสองข้างแล้วกลอกหน้าช้าๆ กิริยาดังหุ่นยนต์ที่ชักด้วยใย
ความตกใจกลัวมิใช่จะเป็นแต่ผมคนเดียว ผู้ใหญ่บางคนถอยออก ผู้หญิงร้องกรี๊ด และแล้วตัวต้องชาแข็งเย็นวาบถึงสันหลัง เพราะเหล่าสุนัขพากันหอนต้อนรับการกระดิกตัวของศพ ทั้งพระและคฤหัสถ์ยืนดูอย่างงงๆ ตาแก่สัปเหร่อคร่ำเครอะสองคนก้าวล้ำเข้าไป ตรงเข้ายกศพหัวท้ายวางลงบนฝาโลงที่งัดออก แล้วร้องชวนเพื่อนกันอีกหลายคนให้ช่วยหามไปศาลา เกิดเงียบอีกครั้งหนึ่ง เพราะไม่มีใครเต็มใจจะคลุกกับน้ำเหลืองที่เหม็นจนเวียนหัว แต่ก็มีคนแก่ๆ อีกสองสามคนที่คุ้นเคยกับศพเน่าเหม็นโดดเข้าช่วยหามขึ้นศาลา พวกทั้งหมดก็เฮตามกันไปทั้งหมดแต่ไม่มีใครสมัครเดินหลัง เพราะเป็นความรู้ที่แน่ชัดทุกคนว่า ข้างหลังคือป่าช้าที่เต็มไปด้วยศพนับไม่ถ้วน ส่วนผมเลือกอยู่กลางขบวน เพราะจะล้ำหน้าไปก็จะใกล้ศพน้าอั๋นที่หามไป
คืนนั้นทั้งคืน พวกพระเกือบทั้งวัดพร้อมด้วยฆราวาสอยู่ยามตามไฟกันที่ศาลา องค์ใดมีวิธีที่จะแก้ไขศพให้ฟื้นเร็วก็แก้ไขไปตามเรื่อง เช่น เอากระดาษฟางมามากๆ ซับน้ำเหลือง เอาน้ำอบมาพรมดับกลิ่น หายาหอม