ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๓) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/34

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
34
 

ใหญ่ยืนต้นอยู่ใกล้บังแสงสว่างจนทำให้บริเวณนั้นมืดทึบ แสงอาทิตย์แดงฉานที่กำลังลับดินส่องแสงแดงฉานลอดตามช่องโหว่ของกิ่งไม้ ดูน่ากลัว มันเป็นสัญลักษณ์แห่งเลือดแห่งความตาย สุนัขไม่หยุดหอน ผมร้องไห้ขึ้นมาเฉยๆ เริ่มจะนึกห่วงตาใหญ่ สงสารแกที่ตัดสินใจอย่างกล้าหาญ ผจญอยู่กับอันตรายทั้งโรคร้ายและภูตผีปีศาจ บ้านนั้นนอกจากน้าอั๋นที่น่ากลัวแล้วยังมีการตายของทิดจุ่นบนบ้านนั้นอีก รวมทั้งการตายของคนอื่นบ้านหลังติดๆ กันรอบบ้าน

      จนดวงตะวันลับโลกไปจนมืดมิด ก็มีเสียงโวยวายขึ้นที่บ้านน้าอั๋นเป็นเสียงผู้ชาย พวกสุนัขก็หอนประดังขึ้นจนฟังอะไรไม่ได้ศัพท์ เสียงนั้นเป็นเสียงที่เกิดจากความกลัว ยายและใครๆ ในบ้านที่อาศัยเขาพักอยู่ตกใจไปทุกคน ต่างวิ่งออกมานอกชาน จ้องมองฝ่าความมืดไปยังเสียงนั้น แต่ความมืดทำให้ไม่รู้ได้ว่าที่นั่นกำลังมีอะไรเกิดขึ้น เสียงร้องนั้นดังแหวกเสียงหมาหอนดังข้ามคลองมายังเรา เป็นเสียงร้องขอความช่วยเหลือทุกคนตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไร บ้านมหาภัยนั้นไม่มีใครกล้าจะเหยียบย่างเข้าไป และเสียงร้องนั้นชัดแน่ว่าเป็นเสียงตาแท้ๆ มันเกิดอะไรขึ้น! น้าอั๋นทำอะไรแก ทุกคนหน้าตื่นมือไม้สั่น ใครเล่าจะข้ามไปที่นั่น ได้แต่เพ่งตาแทบปะทุก็ไม่ทะลุเห็นภาพอะไรได้ มันดำมืดจริงๆ ผมใจคอพลุกพล่านจะเป็นลม หมาไม่หยุดหอน เรายืนกันที่นอกชานหลายคนแต่ไม่เกิดความอบอุ่นเลย
      ไม่มีใครคาดคะเนได้ว่าป่านนี้ตาจะเป็นอย่างไร และเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้เงียบไป คงยังอยู่แต่เสียงสุนัขทั้งเห่ากระโชกและหอน ทิดป๋อเจ้าของบ้านที่เราอาศัยฮึดฮัด
      "ไปกันนะ ฉันนำหน้าเอง"
      จึงเอะอะหาคบไฟและมีดไม้ทั่วตัวคน บ้างทำเสียงขึงขังปลุกใจตนเองให้กล้าแข็ง เพื่อจะข้ามไปบ้านมรณะ กระนั้นเสียงที่ทำขึงขังก็ยังมีสั่นแสยงเจือปน ผมเป็นเด็กไม่ต้องไปกับเขา อยู่กับพวกผู้หญิงและยายที่บ้านนี้