ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๓) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/38

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
38
 

แหบแห้งที่นอกบ้านนั้นจะเป็นเสียงพวกนี้เอง

      เรือมาดลำใหญ่เห็นรัวๆ มีฝีพายหลายคน ทุกคนมองดูแทบไม่ได้ ร่างกายตายซากบ้าง ขึ้นอืดบ้าง ผมใจสั่นริกๆ กลางลำมีคนห่มผ้าคลุมตลอดหัวยืนนิ่ง ตั้งหน้าตรงขึ้นมาบนเรือน พวกฝีพายทุกร่างนั่งแข็งทื่อตั้งหน้าตรงไปตามลำคลอง เวลานี้เรือนั้นกำลังเทียบท่า คนที่ยืนกลางลำทำท่าจะก้าวขึ้นบกมา ผมสั่นไปทั้งตัว แต่ดวงตาคงจับภาพนั้นอยู่
      "น้าอั๋น!!" ผมหลุดปากร้องออกมาอย่างตกใจ พี่สอนก็สะดุ้งรีบอุดปากผม น่าประหลาด อากาศก็มืดเหตุใดตาผมจึงเห็นพวกนั้นได้ชัดเจน ที่ผมตกใจเรียกชื่อน้าอั๋นออกไปนั้นรู้ว่าไม่ได้ดังเลยมันเป็นเสียงครางมากกว่าเพราะลิ้นไก่ผมก็จะแข็งอยู่แล้ว ปากคอสั่น ผมแทบร้องไห้ เพราะไม่นึกว่าเสียงเจ้ากรรมของผมที่เรียกไปตะกี้นี้จะดลบันดาลได้ยินไปถึงหูน้าอั๋นได้อย่างไร
      "ใครเรียก?" เสียงถามขึ้นมาอย่างแหบแห้ง แต่ช่างชัดเข้าหูอย่างพิกล 
      ใจผมเหมือนฝัน แทบจะร้องตอบออกไปอยู่รอมร่อว่า "ฉันเองจ้ะน้า" แต่แล้วกลับยั้งได้ รู้สึกว่าแกมีอำนาจบังคับใจผม บัดนั้นเองร่างน้าอั๋นที่คลุมผ้ารุ่มร่ามก็ก้าวขึ้นท่าน้ำแล้วเดินอย่างช้าๆ แข็งๆ ตรงมาลานดินเฉพาะตรงกับช่องโหว่ที่ผมแอบดู ดังแกรู้ว่าผมแอบดูแกอยู่ที่ช่องนั้น แล้วแกก็ถามขึ้นมาแเสียงแว่วๆ แห้งแหบแต่เย็นเยือกเข้าหัวใจ
      "ทองคำรึ?" ผมแทบสำลัก รู้ตัวว่าหัวใจจะทะลัก ตาพร่าประกายแล้วก็มืดวูบลง ไม่รู้อะไรอีกเลย
      ผมฟื้นขึ้นตอนเช้า พี่สอนกับยายบอกว่าผมเป็นลมสลบไปเพราะความกลัวล้นหัวใจ และยายจะพาหนีตำบลนั้นกลับบ้าน พี่สอนขอหนีไปด้วย ไม่กล้าอยู่ ปล่อยให้ญาติฝ่ายชายซ่อนๆ อยู่แถวละแวกนั้นเพื่อดูแลทรัพย์สินบ้านช่อง เพราะการทิ้งบ้านไว้โดยต่างกลัวปีศาจ หากพวกโจรและผู้ร้ายที่ไม่กลัวก็จะพากันแห่มาขนไปหมดทั้งวัวควาย
      ตอนสายนั้นเอง ยายกับผมและพี่สอนสามคนลงเรือเดินทางกลับ