ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๓) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/42

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
42
 

ทั่วๆ ไป ส่วนน้าทิมได้ตะกรุดอะไรของแกไม่ทราบ จัดการล่ำลาแล้วก็ออกเดินทาง

      หน้านี้แล้งจัด ลำน้ำย่านนั้นแห้งขอด ผู้คนข้ามฟากไม่ต้องอาศัยเรือเลย เดินข้ามกันในลำน้ำอย่างสบาย มีทางน้ำไหลเป็นสายๆ ลึกบ้างตื้นบ้าง พื้นท้องน้ำเป็นทรายละเอียด ทางน้ำไหลนั้นอย่างลึกก็แค่เข่า โดยมากมักจะท่วมเพียงหลังเท้าเท่านั้นเป็นการอัตคัดน้ำสำหรับชาวบ้านบางนั้นอยู่มาก เวลาร้อนจัดจะอาบน้ำบ้าง ตอนไหนตื้นน้ำก็ร้อนดังน้ำต้ม ต้องบุกไปหาตอนน้ำลึกพอที่จะนั่งลงพอน้ำท่วมแค่ตัก แล้วใช้มือวักหรือขันตักรดเอาตามมีตามเกิด
      เราสองคนเดินลงน้ำที่ร้อนจัด มาขึ้นอีกฝั่งหนึ่ง ขึ้นทางคลองแล้วออกสู่ทุ่ง ซึ่งขณะนั้นแดดยังจ้าไม่ลดลงเลย เรามุ่งหน้าตัดทุ่งตรงทิศพระนครศรีอยุธยา เพื่อสู่ตำบลหัวดุมเพื่อลงเรืออีกทอดหนึ่ง เบื้องหน้าเราเป็นทิวไม้เขียวแก่อยู่ขอบฟ้า และนั่นก็หมายเพียงครึ่งทางเท่านั้น จะต้องเลยทิวไม้นั้นไปอีกครึ่งจะเข้าเขตหัวดุม น่าท้อแท้ในความไกลและกลางแดดจ้าแทบจะกินเนื้อ เมื่อขามาก็นำกันมาทางนี้พอขากลับรู้สึกถอนระอา
      บุกบั่นมาด้วยความอ่อนเพลียก็มาถึงดงไม้เขียวที่เห็นแต่แรกออกเดิน ผมขอร้องให้น้าทิมหยุดพักที่นั่นก่อนชั่วคราวพอแก้ความอ่อนเพลีย ที่ตรงนั้นมีวัดร้างอยู่วัดหนึ่ง หักพังจนเกือบไม่มีซาก พงไม้รกเรี้ยว ตัวโบสถ์พังเค้เก้ เหลือกำแพงผนังโบสถ์ที่พังไปบ้างอยู่สองด้าน องค์พระประธานนั่งอยู่กลางแจ้ง เรากลัวแดดจึงอาศัยเงาไม้ใหญ่พักกายค่อนข้างนาน ต่อตะวันบ่ายแดดอ่อนจึงออกเดิน เหลียวดูบ้านกุ่มบางบาลอยู่เบื้องหลังไกลลิบ
      เดินอย่างสบายสายลมเย็นและมาค่ำเอาค่อนทาง พระอาทิตย์ลับดวงอากาศค่อยเย็นเข้า มีความชื่นบานมาลบล้างความเหี้ยมของแดด น้าทิมมีสีหน้าสงสารผมที่ว่าอุตส่าห์เดินไกลแสนไกลเท่าผู้ใหญ่ เบื้องหน้าเราอีกครึ่งเส้นมีศาลาใหญ่ฝาโล่ง ที่สำหรับพักคนเดินทาง ความเก่าของศาลานี้ประมาณไม่ถูก อาจจะหลายสิบปี เราหารือกันว่าจะพักนอนกันที่