หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
43
ศาลาจะดีหรือไม่ ถ้าจะไปก็อีกไกลกว่าจะถึงหัวดุม ซ้ำร้ายค่ำคืนแล้วจะเอาเรือที่ไหนไปต่อ ชาวบ้านนั้นไม่มีใครจะเดินทางกลางคืนด้วยเรือ เราก็ต้องไปนั่งหลับกันอยู่ริมตลิ่งนั่นเอง ถ้านอนเสียที่ศาลานี้ยังมีพื้นไม้กระดานให้นอน ดีกว่าจะไปนอนกลางดินที่หัวดุม พอเช้าขึ้นเราออกเดินทางก็สะดวกดีทุกประการ
พอเดินมาถึงศาลาก็พอดีต่างตกลงนอนค้างกันที่นั่น ศาลาใหญ่นี้โปร่งไม่มีฝา เป็นสาลายกพื้นสูงมาก เห็นทีว่าจุดมุ่งหมายผู้สร้างให้เป็นทานนั้นจะมีที่ให้ผู้สัญจรผูกม้าผูกโคใต้ถุนศาลาได้สบาย น้าทิมไต่บันไดขึ้นไปก่อน ผมไต่ตามหลัง พื้นกระดานศาลาปูไว้ถี่ๆ ห่างๆ ไม่เรียบร้อย บางแห่งก็โหว่หายไป ถ้าเดินไม่ระวังขาอาจจะพลัดตกร่อง หลังคาบางตอนกระเบื้องผุแตกหลุดมองโปร่งถึงฟ้า เราถอดเสื้อผึ่งร่างกายที่เหนียวเป็นเพราะไม่ได้อาบน้ำ น้าทิมงัดเอาขนมแห้งๆ เช่นถั่วลิสงตัด ข้าวพองที่ติดย่ามออกมาแบ่งกันกิน พร้อมกับน้ำในกระบอกที่ยังเหลืออยู่บ้างจากตอนเดินทาง
กินไปเหลียวไปรอบด้าน มันช่างเงียบเหงาเหลือกำลัง มีแต่ทุ่งลิ่วไปในความมืด จะหามนุษย์สักชีวิตทำยาก็ทั้งยาก เห็นจะมีอยู่ก็เพียงน้าทิมกับผมเท่านั้น เรานั่งกันอยู่ประเดี๋ยวเดือนก็โผล่ขึ้นขอบทุ่ง สาดแสงระยิบระยับจับทิวไม้ภาพของท้องทุ่งได้ชัดตา ศาลานี้แม้จะไม่มีฝามืดทึบก็ตาม แต่มันก็น่ากลัวตามสภาพของมัน ผมนั่งไม่ห่างกับน้าทิมเลย แหงนดูเพดานศาลามืดทึม เฉพาะตรงกระเบื้องหลุดเท่านั้นพอมีแสงสว่าง นึกๆ ดูน่ากลัวภูตผีที่ประจำท้องทุ่ง ของที่ผมได้จากพระท่านให้มาก็เพียงป้องกันเขี้ยวงา หาได้ป้องกันผีไม่ แต่ตะกรุดของน้าทิมจะป้องกันอะไรบ้างผมไม่ทราบ
"แหม! ถ้าเอ็งไม่เตือนให้เอากระบอกน้ำมาด้วยก็อดเลย" น้าทิมพูดในขณะยกกระบอกน้ำดื่ม
"น้าลืมแล้วละซี ฉันไม่เตือนก็อดเท่านั้น" ผมว่า ปากคงเคี้ยวถั่วลิสง