ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๓) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/45

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
45
 

แต่หยิบของนอกกายไปเลยแม้แต่กางเกงที่นุ่งอยู่ก็อาจจะค่อยๆ ถอดเอาไปได้

      หมอนั่นหันข้างให้เรา เบิ่งหน้าดูไปข้างนอกทุ่ง ไม่เอาใจใส่กับเราเลย ผมเริ่มใจไม่ดี อย่างนี้นอกจากจะน่ากลัวผี ยังน่ากลัวโจรผู้ร้ายอีก แม้นว่าถูกเข้าจริงจะเรียกใครช่วยเล่า มองไปทางไหนก็มีแต่ทุ่งโล่งกับพงไม้ เรื่องมันก็ต้องคุ้มกันตัวเอง เวลาล่วงเลยไปหลายนาที เราต้องนั่งคุมเชิงอยู่แม้จะแสนง่วงก็หลับตาลงไม่ได้
      แต่ในครู่นั้นใจเราก็ค่อยยังชั่วขึ้น เพราะมีเสียงคนมาอีกข้างล่างพอจะมีเพื่อนพึ่งพากันมิให้การโจรกรรมเกิดขึ้นง่ายๆ ผมชะเง้อคอมองลงไปข้างล่าง ทางเกวียนสายยาวขาวโพลนในแสงเดือน ร่างของใครยืนนิ่งอยู่หันหน้ามองขึ้นมาบนศาลาอย่างลังเลคล้ายๆ กับคนแรก และในสองสามอึดใจนั้นเอง เขาคงตัดสินใจแน่แล้ว ไต่บันไดขึ้นมาบนศาลา กลอกหน้าดูทั่วๆ แล้วเดินพ้นบันไดมา
      "ทิดสนรึนั่น?" เสียงหมอคนที่นั่งอยู่ก่อนร้องทัก
      ผมประหลาดใจนัก บนศาลานี้มืดเรามองหน้ากันก็เห็นเพียงภาพดำๆ ทำไมมันมองเห็นกันและจำกันได้ ถ้ามันจะนัดกันไว้เสียแน่เล้ว เราสองคนถ้าจะแย่ หากมันเป็นผู้ร้ายมันก็รับมือน้าทิมอยู่ ตัวผมเป็นเด็กจะช่วยอะไรน้าทิมได้ อีรังแต่มันจะวาดเอาตกใต้ถุนไปเท่านั้น
      เจ้าคนอยู่ก่อนเรียกชื่อและถามไป เจ้าคนมาใหม่หันไปดูทางเสียง
      "ใช่!" คนมาใหม่รับและย้อนถาม "นั่นทิดก้อนรึ?"
      "เหอะ ไปไหนมาล่ะนี่"
      "ไปเมือง"
      "บ๊ะ กันก็จะไปเมืองเหมือนกัน"
      แล้วทั้งเก่าและใหม่ก็ไปนั่งรวมคุยกันต่างไม่เอาใจใส่เราทั้งคู่ ถามทุกข์สุขซึ่งกันและกัน ซึ่งเราไม่ฟังเป็นอารมณ์ เพราะเรื่องไม่ใช่ของเรา การแสดงตัวของเขาทั้งสองก็เป็นคนเดินทางธรรมดา จากการโต้ตอบว่าจะเดินทางไปเมือง และก็เช่นเดียวกับเราที่จะไปเมือง เรื่องการสงสัยของ