หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
46
ผมยังไม่หยุดทั้งการมาของมันและการทักกัน มันก็บอกอยู่อย่างชัดว่านัดหมายกันมา แม้แต่จะหาหนทางพูดกลบเกลื่อนพรางหูพรางตาเราสองคน เราก็ฟังออกว่าเสแสร้งแกล้งพูด มันต้องแอบเห็นเรามาพักที่นี่แล้วมันทยอยกันมาทีละคน ดูท่าทีจะเล่นงานเราได้หรือไม่ได้ มันคงหากินมานานแล้ว เห็นหมูหลุดป่ามาเข้าเล้าเมื่อใดก็หวานมัน พอเราหลับ มันก็ฉวยไปเตียนเลย
น้าทิมต้องใจตรงกับผมแน่ แกคลำหาอะไรในย่ามหยุกหยิกและหยิบอะไรอันหนึ่งมาวางไว้ข้างตัว ผมจึงเอื้อมมือคลำเพราะอยากรู้ ก็รู้ว่าสิ่งที่เอาออกจากย่ามนั้นก็คือมีดซุย ชั้นแรกเห็นข้างโน้นคนเดียวก็จงใจว่าจะสู้มือเปล่า พอเห็นมาสองคนจึงต้องเอามีดออกมา
ในเวลาชั่วครู่นั้นก็มีเสียงคนมาอีก ผมและน้าทิมก็ชะเง้อมอง และเจ้าคนใหม่นี้ก็มีกิริยาอย่างเดียวกับเจ้าสองคนแรก ทำลังเลใจแล้วก็ขึ้นมาบนศาลาแบบเดียวกัน เจ้าคนใหม่นี้นุ่งโสร่งตัวเดียวไม่มีอะไรอื่นอีกเลย ช่างเจ้ากรรมจริง พ่อเอ๋ย ทั้งเก่าและใหม่มันร้องถามกันแบบเดียวกันอย่างเจ้าสองคนเก่า และก็ว่าจะไปเมืองเช่นกันโสร่งตัวเดียวนั่นน่ะรึจะไปเมือง
ผมใจสั่น แน่แล้วไม่ผิดตาผิดใจไปได้ มันคือหัวขโมย การแต่งตัวของเจ้าคนใหม่ก็เห็นอยู่กับตาว่าเป็นคนแถวนี้ เราสองคนเป็นเหยื่อของมันแน่ ยกผมออกเสียก่อนคือตัวเท่าสุนัข แต่มันสามคนร่างกายใหญ่ทั้งนั้นน้าทิมคนเดียวทานอะไรมันอยู่ ผมใจเต้นตูมๆ น้าทิมกำมีดคุมเชิง แกคงกลัวเหมือนกัน สามคนใหญ่ๆ ไม่ใช่เล็กน้อย ถ้าไม่มีแรงเท่าช้างก็อย่าพูดเลย
มันแกล้งทำไม่เอาใจใส่ต่อเราตามเคย สามคนคุยกันเสียงขรมไม่เคยเหลียวมาทางเราเลย มันตั้งวงคุยสามเหลี่ยมหน้าจั่ว งัดเอาเรื่องอะไรต่ออะไรมาคุยจนแทบจำไม่ไหว บางครั้งหยุดเงียบไปคล้ายหมดเรื่องคุย แต่แล้วก็กลับคุยขึ้นมาอีก
"แหม! อ้ายทิด เมื่อคืนวานข้าคิดว่าผีเล่นงานข้าเข้าแล้ว แต่ลงท้ายกลายเป็นแมวไป" เจ้าคนหนึ่งพูด ทำซุ่มเสียงคล้ายขันตัวเอง