เดียวกัน มันเดินอยู่ข้างหลังผม ผมตายเลย ความกลัวเกิดขึ้นทั้งหน้าทั้งหลัง ที่มือลุงคืออ้ายห่อผ้าขาวนั่น และข้างหลังจะมีอะไรอีก? ผมเร่งฝีเท้าเร็วจี๋ แต่ไม่ค่อยทันลุง คล้ายขาจะหมดแรง การเดินเหลียวหลัง การเดินไปเหลียวไปทำให้ช้าลงอีก แต่ไม่เหลียวนั้นไม่ได้ อากาศมืดมิด เพราะเมฆฝนดำมะเมื่อมอยู่บนศีรษะเรา ฟ้าคำรามฮึ่มๆ ซ้ำร้ายนานๆ แลบปลาบส่องแสงสว่างให้เห็นอะไรต่ออะไรชั่วแวบ ในขณะที่ใจกำลังฝ่อ ฟ้าแลบทีแทบจะเห็นอะไรที่ไม่อยากจะเห็น เสียงคึ่กๆ อู้ๆ ของพายุฝนตามหลังมา เสียงต้นไม้ชายทุ่งดังซู่ซ่าเกรียวกราว วัวควายบ้านนาร้องไกลๆ ประดุจจะเกิดภัย ผมใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ตะโกนเรียกลุงเสียงกระเส่า ขอให้แกคอยด้วย แต่แกกลับตอบว่าก็ตามมาซิวะ เป็นคำตอบที่ไม่ให้ความอบอุ่นแต่นิดเดียว ผมวิ่งตาม เจ้ากระเป๋ายานั้นหิ้วไกลๆ ชักจะหนัก ชีวิตเด็กๆ อย่างผม ใครเขาจะโดนอย่างผมบ้าง ผมร้องไห้และวิ่งตามมาอย่างไม่ลดละจนเข้าเขตบ้าน ฝนก็หยาดเม็ดลงมาพอดี อ้ายดอกตาฝาดโดดเข้าจะเล่นงานเรา กำลังปอดอยู่ๆ มันโดดเข้าใส่ เพราะเราเปิดประตูรั้วเอง พอรู้ว่าใครเป็นใครมันก็ร้องอี๊ดๆ พอเข้าพ้นประตูเรือน สายฝนก็กระหน่ำ เจ้าดอกวิ่งเข้าใต้ถุน
ฝนได้ตกลงมาอย่างหนัก แทบว่าแผ่นดินจะท่วมเป็นทะเล ลุงและพี่อ่อนคงหลับแล้ว ผมยังหลับไม่ลง คงนอนกระสับกระส่ายอยู่ในโปง ใจคอจดจ่ออยู่ที่อ้ายห่อผ้าขาวที่ลุงเอามันเข้าไปไว้ในห้อง ดินฟ้าอากาศก็ช่างกระไรเลย สะท้านสะเทื้อนราวกันกินเลือดกินเนื้อ เปรี้ยงลงมาคราวไรผมเสียวปลาบเข้าหัวใจทุกครั้ง นอนเงี่ยหูฟังว่าจะมีเสียงอะไรผิดแปลกขึ้นบ้างในห้อง แต่ก็เงียบดี
ในราวชั่วโมงกว่าๆ ฝนจึงขาดเม็ด เหล่าเขียดปาดคงาคกส่งเสียงลั่น นอนคำนวณอยู่ว่าพื้นดินคงนองไปด้วยน้ำ เจ้ากบเขียดจึงลอยคอร้องกันอย่างสำราญบานใจ เว้นแต่อีกชีวิตหนึ่งที่น่าเวทนายิ่งนัก ชีวิตนั้นคืออ้ายดอกมันอยู่ใต้ถุน มันคงหาความสุขยากเต็มที บัดนี้คงกำลังขดตัวอยู่