ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:เปิดกรุ (๓) - เหม เวชกร - ๒๕๓๘.pdf/59

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
59
 

บนลังไม้ฉำฉา อากาศก็หนาวเย็น เพียงขนเกรียนๆ ของมันคงจะไม่เพียงพอจะป้องกันความหนาวได้

      จะเป็นเวาลาช้านานสักเท่าใดไม่ทราบ รู้สึกตัวว่าจะเคลิ้มๆ ไป เกิดมีเสียงหนึ่งขึ้น เป็นเสียงใครเรียกลุงอย่างแหบเครือ เสียงนั้นอยู่ด้านนอกชานนอกตัวเรือนออกไป เสียงนั้นไม่ดังมากมายนัก แต่ก็เป็นเสียงที่ฟังได้ชัดเจน ใครกันเล่า ดึกจนป่านนี้แล้วมาเรียกกัน และอ้ายดอกไม่เห่า ทั้งปล่อยใครขึ้นมาถึงบนนอกชานได้
      "พ่อหมอ พ่อหมอ"
      ผมใจหาย ไม่ขานแทนลุงอย่างที่เคยทำมา รู้สึกคร้านที่จะไปเปิดประตูดึกจนเท่าไรๆ แล้วยังมาตามหมอ และถ้าลุงแกไป อ้ายเวรถือล่วมยาก็ผมอีก
      "พ่อหมอ พ่อหมอ ช่วยฉันด้วย" เสียงนั้นเป็นชายและเรียกกระชั้นเข้า เอ! ใครหว่า จึงรอดปากอ้ายดอกขึ้นมาจนถึงข้างบนได้ เป็นไรเป็นกันวะทำไม่ได้ยินละ ลุงได้ยินก็ไปเปิดประตูเองเถอะ เอ๊ะ! รึว่า...ความคิดหนึ่งเกิดขึ้น ใครล่ะจะรอดตาอ้ายดอกขึ้นมาได้เล่า มันต้องเป็น...นึกได้เท่านี้หนาวสะท้านเลย ผมขดตัวอยู่ในโปงนิ่งเงียบ
      "พ่อหมอ" เสียงนั้นคงเรียกอีก คราวนี้แหบแห้งลงกว่าเดิม แต่ทันใดนั้นเอง อ้ายดอกก็หอนขึ้น ผมแทบจะเผ่นเข้าห้องพี่อ่อน แต่ไม่กล้าลุกขึ้นแม้แต่กระดิกตัว เกรงว่าเสียงขยับกายจะดังไปถึงหูผู้ที่เรียกอยู่ข้างนอก รู้สึกเสียใจตนเองที่มีกรรมโดนร้ายอย่างนี้แต่เดียวดาย ต้องนอนคนเดียวทั้งๆ ที่กลัว พี่อ่อนคงนอนหลับอย่างสบาย เพราะแกไม่รู้เรื่องอะไร และก็ไม่รู้อีกว่าลุงเอาอะไรมาไว้ในเรือน
      "เอ๊ะ!" ประสาทผมเป็นอะไรไปแล้ว ผมเป็นอะไรไปนี่ รู้สึกว่ามีลมพัดแรงเข้ามาถูกมุ้งและดันมุ้งตุงเข้ามาทาบกับผ้าห่มที่ผมนอนคลุมโปงอยู่ ลมจริงๆ เย็นกระทบร่างกาย แต่เจ้าลมที่พัดมานี่มันต้องพัดมาทางประตูทางอื่นไม่มีจะพัดมาได้เลย และประตูผมก็ปิดขัดดานแน่นแล้วด้วยมือเอง