หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
67
"เถอะน่า ทางรถนี่แหละถมไป เขาไปกันหมดๆ เราหาสบายดี" นายแปลกว่า พวกเราจุดไต้ทุกคน ลงมือหาตามเสียงร้อง ราวๆ ห้านาทีจับได้สองสามตัว ทุกคนจับได้จิ้งหรีดเว้นแต่บุญช่วยยังไม่ได้มันหลุดไปหมด บ่นพึมเลย
"มันร้ายแฮะ โดดเร็วกว่าจิ้งหรีดตามเสาไฟฟ้ามาก" เจ้าช่วยว่า
"นั่นมันจิ้งหรีดเล่นไฟนี่โว้ยก็จับง่าย" ผมว่าแล้วหัวเราะ
"ย้ายที่เถอะนะ ที่นี่ซวยแฮะ หลุดเรื่อย เมื่อกี้ก็หลุดไปตัวเท่านิ้วก้อย"
"ชะช้า เจ้าเป็ด จิ้งหรีดอ้ายแอ้ดตัวเท่านิ้วก้อย" นายแปลกว่า "ไปเถอะ ไปก็ไป ข้างหน้าเสียงร้องโตๆ อยู่" นายแปลกพูดอะไรเราก็เชื่อเพราะเขาชำนาญทางนี้ เวลาล่วงเลยไปกี่ทุ่มแล้วเราไม่รู้เลย เพราะไม่มีนาฬิกาจะดู เที่ยวค้นหาจิ้งหรีดกันอย่างสนุก ดวงไฟที่เห็นในทุ่งก็หมดไปแล้ว เขาคงไปทางอื่นหรือไม่ก็กลับกันไปหมด พวกเราไม่ได้มองดู เราเห็นมีไฟอยู่ดวงหนึ่งที่ตรงเสาข้างทางรถไฟมีตัวอักษรตัว "ว" อยู่ยอดเสา ซึ่งหมายถึงว่าถ้ารถถึงตรงนั้นให้เปิดหวูดหรือหวีดทำนองนั้น เดินผ่านมาเห็นเด็กชายคนหนึ่งกับผู้ใหญ่สองคนกำลังตะครุบกันอยู่ปุ๊บปั๊บ เราไม่เอาใจใส่เดินเลยไป จนกระทั่งถึงสะพานเล็กๆ ที่รถไฟข้ามร่องน้ำเล็กๆ ทีท่าจะดี เขาจึงหยุดตั้งใจจะหาตรงนั้น กำลังเงี่ยหูฟังเสียงร้องของมัน ก็พอดีได้ยินเสียงเด็กร้องด้วยความตกใจขึ้นทางเบื้องหลังที่เราผ่านมาแล้ว เราทั้งหมดตกใจเช่นกัน หันหน้าไปทางนั้นราวกับนัดกันไว้ เด็กน้อยวิ่งถือไต้ตรงมาหาเรา เปลวไต้ริบหรี่แทบดับ เพราะความเร็วที่วิ่งมาสุดเหยียด พวกเรานิ่งอั้นเพราะไม่รู้ว่าเด็กวิ่งทำไมและตกใจหนีอะไร เด็กนั้นวิ่งมาถึงเราก็ล้มลงฟุบกอดขาผมก้มหน้ามุดพูดไม่ออก
เหตุการณ์อันนึกไม่ถึงได้เกิดขึ้นกระนี้ พวกเราทั้งหมดตะลึงงัน "เราจำได้ว่าเป็นเด็กชายที่นั่งหาจิ้งหรีดอยู่กับผู้ใหญ่สองคนที่เสา "ว" ที่ผ่านมาตะกี้ นานพอใช้ที่ผมจะได้สติเขย่าปลุกเด็กที่ฟุบกอดขาอยู่ เด็กนั้นคงมีอาการสั่นเทากอดขาแน่น ผมค่อยๆ แกะแขนเด็กออกจากขาผม แล้วพวกเราก็