หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
71
นั้นได้กลายเป็นนกสีขาวตัวเล็กนิดเดียวเกาะอยู่ที่เหล็กรางรถไฟ ผมกวาดหินเสียพักเดียวทุกสิ่งทุกอย่างหายไปสิ้น กลายเป็นความเงียบและมืดที่สุด เพราะผมได้ทิ้งไต้มานานแล้ว ชักยืนงงหันมองรอบๆ กาย ความกลัวหายไป ความว่างเปล่าทำให้เกิดลังเลใจ ผมผจญอยู่คนเดียวไม่มีใครตามมาเลยคงกำลังตื่นเต้น ผมตัดสินใจไม่ถูกว่าจะหันกลับไปหาพวกหรืออย่างไร การประจัญบานครั้งนี้มันแน่ยิ่งกว่าแน่ว่ามันคืออะไร ที่ลือกันนักว่าผีหลอกคนจับจิ้งหรีด มันแน่กับตาแล้ว นึกโกรธพวกข้างหลังว่าช่างกระไรหนอนักเดินทางร่วมไม่มีหัวใจรวดเร็วและบ้าบิ่นเสียบ้าง เห็นแล้วว่าเราวิ่งมาทำไมไม่ตามมาบ้าง แต่ความโมโหของผมนี้มารู้ตัวคราวหลังว่าผิด เพราะทางโน้นมีนายแปลกคนเดียวที่เป็นผู้ใหญ่ นอกนั้นก็เป็นเด็กทั้งยังเกาะและร้องกันงอแง อีกเจ้าช่วยก็กำลังเข้าตรีฑูต
เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างเงียบไป เสียงจิ้งหรีดก็ร้องกันรอบไป เป็นอันว่าผมยืนอยู่คนเดียวในที่วังเวง เหลียวดูพวก แสงไฟอยู่ห่างมาก ผมวิ่งมาด้วยโมโหจึงเร็วผิดธรรมดาไกลกว่าจะตามได้เร็วทันใจ ขณะที่ยังคิดอะไรไม่ออก มีเสียงคล้ายคนผิวปาก วิ๋ว! แล้วก็มีผ้าขาวผืนใหญ่เหมือนถูกทิ้งมาจากอากาศลอยกางแฉลบมาตามลมทำท่าจะคลุมผม อาการบ้าก็เกิดขึ้น ผมทั้งเตะทั้งต่อย มันไม่มีอะไรเลย คล้ายผมเห็นไปเอง ผมไม่หยุดใช้กำลังซ้อมลมจนรู้สึกว่าแสงไฟสว่างจ้า จึงยั้งสติ พวกเรามาล้อมแน่น ผมพูดอะไรไม่อออก ก้มหน้าบอกว่า "กลับกันเถอะ" อีตอนกลับนี่ชักรวนกันเป็นการใหญ่ ไม่มีใครอยู่หลังและก็ไม่มีใครอยู่หน้า ลงท้ายนายแปลกออกหน้าผมคุมหลังจนออกมาที่ถนนมีผู้คนแล้ว ผมหายโมโหจึงเกิดความกลัวอย่างประหลาด คางสั่น พูดเล่าเรื่องให้นายแปลกฟังกระท่อนกระแท่นเต็มที แต่นายแปลกเชื่อว่าเป็นจริง เพราะมองเห็นเหตุการณ์อยู่กับตา กว่าจะเข้าบ้านนอนระหว่างตรอกบ้านตัวเองเข้าตอนมืดก็อดเสียวไม่ได้ เรื่องนี้ผมเงียบไม่พูดให้ใครฟังเลย เจ้าบุญช่วยก็เงียบกลัวพ่อแม่จะด่าเอา ส่วนผมเป็นผู้ใหญ่กว่านำเด็กไปโดนมาอย่างนี้ผู้ปกครองต้องเล่นงานผมแน่