หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
75
ความตายมาถึงนั่นเอง ศพเอาผ้าคลุมไว้ ตอนจะใส่โลงสัปเหร่อทำการมัดนี้น่ะซี ศพกระเทือนเหม็นจากการเน่าในท้องก็ฟุ้งตลบ ผมทนไม่ค่อยจะไหวจึงแอบเข้าพวกคอสุรา ดื่มเสียเต็มๆ แก้ว แต่การดื่มสุราก็ไม่ทำให้หายเหม็นได้เลย แต่รู้สึกว่าแก้การพะอืดพะอมไปได้บ้าง ดื่มสุราแล้วแกล้มด้วยของเปรี้ยวแก้ความคลื่นเหียนไปได้
กว่าศพจะเข้าโลงก็เกือบค่ำ ผมบอกกับใครๆ และภรรยาผู้ตายว่าขอไปธุระสักชั่วโมงประเดี๋ยวจะกลับมา ใจไม่สบายเลยถ้าไม่ทราบว่าแตงอ่อนมีเรื่องอะไรจึงห้ามไม่ให้ผมไปหา เป็นตายอย่างไรจะต้องไปพบเจ้าไปร่และแม่ดวงให้ได้ เรือจ้างกว่าจะถึงวัดมอญก็ค่ำมากแล้ว ผมนึกขึ้นได้ว่าไม่ได้ซื้อเหล้ามาฝากเจ้าไปร่อย่างเคย จึงหันหน้าเดินตามตรอกย้อนมาออกสะพานเจริญพาศน์ข้ามสะพานไปสู่ตลาด คว้าเหล้าโรงได้สองขวด เป็ดพะโล้หนึ่งซีกห่อดีแล้ว ตัวเองก็สั่งเจ๊กตวงเต็มๆ แก้วดวดเข้าไปเป็นทุนเสียก่อนแก้กลุ้มใจ และช่วยให้ใจแข็งเพราะเพิ่งผ่านการอาบน้ำศพมาหยกๆ ยังติดตาไม่หาย ทั้งทางเดินต่อไปก็ไกลและไม่ค่อยจะมีคนใจชักจะฝ่อๆ
ความไกลของตรอกนี้ พอตึงๆ ขาเกือบเมื่อยจึงเข้าเขตวัดใหญ่ หนทางแม้จะมืดสักหน่อยแต่ผมคุ้นทางดีจึงเดินได้สบาย พอถึงทางซอยแยกเข้าสวนพ่อไปร่ ผมก็เลี้ยวขวับไม่ต้องมองกันละว่าใช่หรือไม่ใช่ เพราะมาเสียนับไม่ถ้วน เอากันว่าแรมปีทีเดียว มองเห็นกระท่อมเจ้าเงาะกับรจนาแล้วจุดไฟไว้แดงๆ พอใกล้เข้าไปผมจึงร้องเรียกชื่อเจ้าของกระท่อมทั้งสองคน ก็พอดีเห็นแม่ดวงโผล่ประตูออกมายืนอยู่ที่ธรณีประตู แสงสว่างข้างในพ่นออกมาทำให้มองรูปร่างแม่ดวงเป็นหนังตะลุง หน้าตาไม่เห็น เป็นภาพดำๆ พอเป็นร่างคน แต่จะมืดอย่างไรก็ตามร่างนั้นก็จำได้ว่าเป็นแม่ดวง
"พี่นพรึ?" เธอร้องถามมา
"ก็นพน่ะซี" ผมตอบไป
"นึกว่าไม่มาเสียอีก หายไปหลายวัน" แม่ดวงต่อว่า
"กว่าจะเสร็จธุระ อยากกลับจะตายไป คิดถึงแทบแย่" ผมว่า