หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
78
นายปานพูดลิ้นคับปาก เคยจำกันได้ว่าถ้านายปานดวดเหล้าไปมากๆ จะพูดเสียงนี้ "เฮอ! พวกเราคนหนึ่งหนีเราไปเสียแล้ว นอนอยู่ในนั้นแหละ" เขาพูดแล้วชี้มือไปที่โลง ผมยังไม่ถามว่าใครพวกเรานั้นใครกันที่อยู่ในโลง
"ใครกันล่ะที่ตาย" ผมถามโดยทนไม่ไหว อยากรู้ว่าใครจากไหนมาตายที่นี่
"นังดวงน่ะซี" นายปานว่า
ผมเหมือนตัวกระดอนพ้นพื้น ตาถลน ตัวชา หัวใจมันวี๊ด คล้ายจะหลุดจากที่ทรวงอกแล้ววิ่งมาออกทางปาก ผมพูดไม่ออก หูผมฟังผิดไปหรือ หูผมผิดหรือนายปานพูดผิด เพราะเมาสุรา เขาเห็นผมนิ่ง คงคิดว่าไม่เชื่อ จึงพูดอย่างหัวเราะๆ
"นังดวงน่ะแหละ ตายทั้งแม่ทั้งลูกในท้อง อยู่ในนั้นทั้งคู่ เปิดดูก็ได้ โลงไม่ได้ตอกตะปูฝา"
ผมยิ่งจะชักตายไปเดี๋ยวนั้น แม่ดวงตาย เอ๊ะ! ก็เมื่อกี้...โอ๊ย! ผมคราง แม่ดวงหลอกผมแล้ว พบกันพูดกันหยกๆ ผมคอตีบตันไม่อยากจะพูดอะไร
"ตายเมื่อเช้านี่เอง พ่อไปร่ร้องไห้ร้องห่มเป็นลมหลายพัก เวลานี้ไปนอนอยู่ที่กุฏิพระ"
นายปานพูดต่อ แล้วเหลียวไปพบขวดเหล้ากับห่อเป็ดพะโล้ก็หัวเราะแล้วร้องว่า
"บ๊ะๆ พบเหล้าเข้าอีกแล้ว เมื่อกี้ไปฟาดที่ร้านมาครึ่งขวดเลยซื้อน้ำมันมาด้วย ตะเกียงจะดับ"
"ช่วยพาฉันไปหาเจ้าไปร่ที" ผมพูดโพล่งออกไป
"อ้าว! นึกว่าอยู่คุยกันที่นี่" เขาว่า และยืนนิ่งสักสองอึดใจ "เอ้า! ไปก็ไป" เขาว่าอย่างตัดสินใจ "แต่เอ๊ะ! ต้องเติมน้ำมันตะเกียงก่อน" เขาพูดแล้วจัดการเติมน้ำมันตะเกียงที่มีแสงอ่อนเต็มที เขาหมุนเกลียวคอตะเกียงและเทน้ำมันลงไป พอน้ำมันลงเต็มแล้ว แค่คอตะเกียงได้ดึงทั้งไส้ออกมาข้างนอกเรือนตะเกียง ไส้มันแห้งอยู่แล้วไฟก็ดับลงมืดดังเข้าถ้ำ ผมจะ