หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
79
ขาดใจลงให้ได้ในบัดนั้น
"มีไม้ขีดไฟไหม" นายปานถามผม
ผมรีบควักไม้ขีดและจุดไฟให้ทันที กว่านายปานจะถอดหลอดตะเกียงไฟก็กินก้านไม้ขีดเข้าไปจวนหมด ผมรีบจี้ไฟที่เหลือน้อยเข้าที่ไส้แต่ก็ดับพอดี รีบขีดไม้ขีดอันใหม่ เสียงอะไรหล่นตุ้บข้างนอก ผมสะดุ้งใจหายวูบ แถวนั้นไม่มีต้นมะพร้าว ถ้าลูกแก่หรือลูกที่กระรอกเจาะจะหล่นลงก็ไม่มีทาง พอตะเกียงสว่างขึ้น หัวใจค่อยดีขึ้นน้อยๆ แต่คงเต้นรัวไม่เป็นปกติได้
"เอาเหล้าไปดื่มด้วย" ผมว่า แล้วรินเต็มแก้วดื่มอั้กๆ เข้าไป รินใหม่ส่งให้นายปาน เขาก็รับไปดื่มเช่นเดียวกัน แล้วเราก็หยิบเหล้าหยิบเป็ดออกจากกระท่อม
"เอ้า! เดินหน้าซิ ถ้ากลัวก็" นายปานพูด เขาทายใจผมถูกเผง ผมเดินหน้าอย่างค่อยๆ กลัวจะห่างนายปาน ลงมันปอดลอยเสียแล้วอยู่หน้าอยู่หลังไม่ไหวทั้งนั้น พอพ้นทางซอยของสวนเข้าสะพานไม้เป็นหมู่บ้านค่อยยังชั่ว แสงไฟตามบ้านพอสว่างถึง ครั้นพ้นบ้านเข้าเขตวัดก็เงียบและมืดอีก ผมค่อยดีขึ้นเพราะฤทธิ์สุราที่ดื่มอย่างไม่ยั้งเข้าไปตะกี้นั้นทำให้ใจกล้าขึ้นบ้าง
พอขึ้นกุฏิพระพบหน้าเจ้าไปร่ เจ้าไปร่ก็ร้องไห้โฮ ผมใจคอตีบตันแต่ก็พยายามปลอบใจเพื่อนไปตามเรื่อง พอเขาหยุดร้องไห้แล้ว ผมจึงเล่าให้ฟังว่าแม่ดวงออกมารับผมที่ประตูกระท่อม คุยกันสองสามคำแล้วจากไปว่าจะมาตามตัวเจ้าไปร่ ทุกคนงันงก พระอีกสององค์ก็พลอยเงียบงันและตาโพลงไปตามๆ กัน
"เอ๊ะ!" นายปานร้องขึ้น "ฉันถ้าจะค้างที่วัดนี่ละแฮะ ใจไม่ดีเสียแล้วซิ ทิ้งไว้อย่างนั้นแหละใครจะกล้าเข้าไปเอาอะไร"
"ทำไมจึงไม่มีพระไปสวดกันล่ะ" ผมถามเจ้าไปร่และนายปาน
"เจ้าของที่เขาขอร้องไม่ให้สวด เพราะคนในบ้านเข้าเจ็บอยู่คนหนึ่ง"