พระภรรตฤราชได้ฟังดังนั้น ก็ทรงยินดี รับผลไม้จากพราหมณ์ แล้วตรัสให้พราหมณ์ตามเสด็จเข้าไปในคลังทองอันเปนที่ซึ่งทองทรายกองอยู่หลายพ้อม แล้วตรัสให้พราหมณ์ขนเอาไปเต็มแรงจะขนได้ พราหมณ์ก็เปลื้องผ้าออกห่อทองทรายแลบรรจุในที่ต่าง ๆ ซึ่งจะบรรจุได้ รวมทั้งในปากอันพูดคล่องแลไม่มีฟันนั้นด้วย ครั้นพราหมณ์ออกจากวังไปแล้ว พระภรรตฤราชก็เสด็จไปสู่ตำหนักแห่งพระชายาองค์ใหม่ ประทานผลไม้แก่นาง แล้วตรัสว่า "เจ้าจงกินผลไม้อำมฤตนี้เถิด ความงามของเจ้าจะอยู่ให้ข้าชมไปชั่วกาลนาน"
พระชายาซึ่งมีหน้าเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ มีผมดังเมฆสีนิลโลหิตซึ่งอุ้มฝนห้อยอยู่บนฟ้า มีผิวซึ่งเย้ยดอกมลิให้ได้อาย ฯลฯ ฯลฯ ทรงรับผลอำมฤตจากพระภรรตฤราชแล้ววางพระหัตถ์บนอุระพระสามี จุมพิตพระเนตรแลพระโอษฐ์ พลางทูลว่า "พระองค์จงเสวยผลไม้นี้เถิด หรือมิฉนั้นแบ่งเสวยกับข้าพเจ้าองค์ละครึ่งผล เพื่อจะได้ยืนชนมายุไปด้วยกัน ความเปนสาวอยู่เสมอนั้น ถ้ามิได้มีชายผู้เปนที่รักอยู่ด้วยแล้ว ประโยชน์อันใดจะมีเล่า"
พระภรรตฤราชทรงฟังดังนั้นก็แช่มชื่นในพระหฤทัย แต่ตรัสแก่นางว่า ผลอำมฤตนั้นต้องกินคนเดียวหมดผลจึ่งจะมีคุณดังกล่าว ถ้าแบ่งกินคนละครึ่งก็ไม่มีประโยชน์เลย รับสั่งเท่านั้นแล้วก็เสด็จไปจากตำหนักนาง ทิ้งผลอำมฤตไว้ให้เสวยตามสบาย
ฝ่ายพระชายาผู้มีหน้าเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ มีผมเหมือนเมฆสีนิลโลหิตซึ่งอุ้มฝนห้อยอยู่บนฟ้า ฯลฯ ฯลฯ ครั้นพระสามีเสด็จพ้นตำหนักไปแล้ว นางก็ตรัสให้คนสนิทไปตามอำมาตย์หนุ่มผู้เปนที่พึงพระหฤทัยไปที่ตำหนัก แลประทานผลอำมฤตแก่อำมาตย์หนุ่มด้วยกิริยา