ที่ใกล้จะออกป่าเปนดาบส เราท่านฟังดูไม่เห็นได้ความเปนเรื่องเปนราวอะไร เพราะเรายังอยู่ห่างไกลจากความเปนดาบสมาก แลมิได้แสวงที่จะออกป่าเปนฤษีเลย ส่วนพระภรรตฤราชนั้น เมื่อทรงรำพึงเช่นกล่าวนั้นแล้ว ก็ตกลงในหฤทัยว่าจะออกป่าเปนโยคี แต่ยังอยากจะสนทนากับพระชายาผู้มีหน้าเหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ ฯลฯ ฯลฯ อยู่ จึ่งเสด็จไปตำหนักนาง ซ่อนผลอำมฤตไปด้วย ครั้นเสด็จถึงจึงตรัสถามว่า ผลอำมฤตที่ประทานนั้นนางเสวยแล้วหรือ นางทูลตอบว่า "ไฉนพระองค์จึ่งตรัสถามเช่นนี้ ข้าพเจ้าได้รับประทานก็กินแล้วเปนแน่ พระองค์ทรงเห็นข้าพเจ้าสวยน้อยไปกว่าเมื่อตะกี้นี้หรือ"
พระภรรตฤราชทรงอยิบผลอำมฤตออกชูให้นางดู แล้วมีดำรัสแก่ราชบุรุษอำนวยวิธีตัดหัวนางอย่างเลอียด ส่วนผลอำมฤตนั้นมีรับสั่งให้ล้างจนสิ้นมลทินที่ติดจากมือคนต่าง ๆ แล้วก็เสวยหมดทั้งผล แล้วทิ้งราชสมบัติเข้าป่าเปนโยคี คนบางพวกกล่าวว่า พระภรรตฤราชยังทรงโยคะอยู่ในแถบเขาหิมาลัยอันเปนที่กว้างยากที่ใครจะไปตามพบ คนบางพวกกล่าวว่า เมื่อจำเริญตบะยิ่ง ๆ ขึ้น ก็ได้เข้ารวมอยู่ในภาวะแห่งพระผู้เปนเจ้าอันเปนที่ประมวลคนดีทั่วไป
ส่วนราชสมบัติกรุงอุชชยินีซึ่งว่างผู้ปกครองนั้นก็ร้อนถึงพระอินทร์ตามเคย พระอินทร์ตรัสให้อสูรตนหนึ่งชื่อปัถพีบาลลงมาป้องกันกรุงอุชชยินีมิให้มีภัยมาถึง ต่อเมื่อพระวิกรมาทิตย์กลับเข้ากรุงเมื่อใดจึ่งให้อสูรกลับไปที่อยู่ได้ ปัถพีบาลรับเทวบัญชาดังนั้นก็มาอยู่ประจำการที่กรุงอุชชยินี เฝ้ายามทั้งวันทั้งคืนมิให้ภัยมีมาได้
ฝ่ายพระเจ้าวิกรมาทิตย์ เมื่อเสด็จพาพระโอรสปลอมเปนโยคีเที่ยวเตร็จเตร่ตามเมืองแลป่าต่าง ๆ ประมาณปีหนึ่ง ก็บังเกิดเบื่อหน่าย