ฝ่ายอาจาริย์สานุศิษย์ทั้งสามสี่คนนั้น ก็ทําเปนไม่รู้ไม่เห็นเมินหน้าไปเสียทางอื่น มิได้รับรอง โต้ตอบประการใด แต่โป๊ยก่าย เมื่อแลเห็นนางทั้งสามคน มีศิริรูปโสภาผ่องไสงดงามดังนั้น ในดวงจิตรก็ประวัติ มีความกําหนัดในรูปเกิดชึ้น จิตรใจก็ให้งวยงงร่างกายก็กําเริบหวั่นไหว จึงเอื้อนโอฐออกสุนทรวาจาเสียงเบา ๆ ว่า ลําบากแก่ท่านมารดาต้องพานางฟ้าลงมาดิน ขอเชิญให้แม่น้องผู้รูปงามทั้งสามกลับเข้าไปเถิด
นางทั้งสามเมื่อได้ฟังโป๊ยก่ายพูดดังนั้นแล้ว ก็คำนับกลับเข้าไปข้างใน เอาโคมเต็งลั้งไว้คู่หนึ่ง
ฝ่ายแม่หญิงหม้ายจึงถามว่า ท่านผู้ใดจะพอใจเปนบุตรเขยข้าพเจ้าก็ขอเชิญเถิด
ซัวเจ๋งได้ยินนางถามดังนั้นจึงตอบว่า ได้จัดเรียบร้อยแล้วคือแซ่ตือชื่อโป๊ยก่ายนั้นแลจะให้เปนบุตรเขย
โป๊ยก่ายได้ยินซัวเจ๋งพูดดังนั้นจึงพูดว่า พี่น้องอย่าเหมาให้เราดังนั้นจะต้องคิดไตร่ตรองกันก่อนจึงจะชอบ