ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Das Kapital Kritik der politischen Oekonomie Erster Band.djvu/84

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
——44——

แรงงานและผลผลิตไม่ต้องมีร่างวิเศษที่ต่างจากความเป็นจริงของมัน และเข้าไปในกลการสังคมในฐานะการรับใช้โดยธรรมชาติและการตอบแทนโดยธรรมชาติ รูปธรรมชาติของแรงงาน ความจำเพาะของมัน แต่ไม่ใช่ความเป็นทั่วไปบนฐานของการผลิตสินค้า บัดนี้เป็นรูปทางสังคมโดยตรงของมัน แรงงานเกณฑ์วัดด้วยเวลาไม่ต่างจากแรงงานผลิตสินค้า แต่ไพร่ทุกคนต่างรู้ว่าในการรับใช้นาย เขาใช้พลังแรงงานส่วนบุคคลของตัวเองไปปริมาณที่แน่นอนเท่าหนึ่ง ทศางค์ที่ถวายให้พระก็ยิ่งชัดเจนว่าพรที่พระให้ จะคิดยังไงกับหน้ากากละครเหล่านี้ที่มนุษย์สวมใส่เผชิญหน้ากันก็ดี ในทุกกรณี ความสัมพันธ์ทางสังคมของบุคคลในแรงงานเขาปรากฎเป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล ไม่ได้ปลอมตัวเป็นความสัมพันธ์ทางสังคมระหว่างสิ่งของหรือผลผลิตแรงงาน

เพื่อพิจารณาแรงงานร่วม หรือแรงงานที่ทำเป็นสังคมโดยตรง เราไม่ต้องย้อนกลับหารูปที่จะพบเกิดตามธรรมชาติที่จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์อารยชนทั้งปวง[1] เรามีตัวอย่างใกล้ตัวเป็นอุตสาหกรรมปิตาธิปไตยชนบทของครัวเรือนชาวนาที่ผลิตข้าว โค ด้าย ลินิน เครื่องนุ่งห่ม ฯลฯ ใช้เอง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เผชิญหน้าครัวเรือนในฐานะผลผลิตต่าง ๆ ของแรงงานครัวเรือน แต่ไม่ได้เผชิญหน้ากันเองเป็นสินค้า แรงงานต่าง ๆ ที่ผลิตผลผลิตเหล่านี้ การไถนา เลี้ยงสัตว์ ปั่นด้าย ทอผ้า ตัดเย็บ ฯลฯ เป็นหน้าที่ทางสังคมในรูปธรรมชาติของมัน เพราะเป็นหน้าที่ของครัวเรือนซึ่งมีการแบ่งงานที่เกิดตามธรรมชาติเป็นของตัวเองไม่ต่างจากการผลิตสินค้า ความแตกต่างของเพศและอายุ 


  1. หมายเหตุในฉบับที่ 2 „ไม่นานมานี้มีการเผยแพร่แนวคิดตลก ๆ ว่ารูปแบบกรรมสิทธิ์รวมที่เกิดตามธรรมชาติเป็นแบบสลาฟโดยเฉพาะ หรือแบบรัสเซียโดยเฉพาะก็มี มันเป็นรูปแบบดั้งเดิมที่เราพิสูจน์กลับไปได้ถึงพวกโรมัน เยอรมัน และเคลต์ และก็ยังพบเจอตัวอย่างให้ลองหยิบดูได้หลากหลายในหมู่ชาวอินเดีย ถึงแม้สภาพจะเสื่อมโทรมบ้าง การศึกษาอย่างละเอียดยิ่งขึ้นถึงรูปแบบกรรมสิทธิ์รวมของคนเอเชียโดยเฉพาะชาวอินเดียจะสามารถพิสูจน์จากรูปแบบกรรมสิทธิ์ที่เกิดตามธรรมชาติแบบต่าง ๆ ได้ว่าจะนำไปสู่การสลายตัวรูปแบบไหน การอนุมานกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลรูปแบบต้นฉบับต่าง ๆ ของพวกโรมันและเยอรมันจากกรรมสิทธิ์รวมรูปแบบของชาวอินเดียเป็นต้น จึงสามารถทำได้“ (คาร์ล มาคส์: ว่าด้วยบทวิพากษ์ฯ หน้า 10.)