ก็จวนกันเข้า เตียวฮองเห็นได้ทีก็ขว้างด้วยกระบอง อึ้งปวยฮอก็รับด้วยกระบี่ชื่อ โปเกี๋ยม เชือกซึ่งผูกกระบองขาด กระบองตกลง มิได้ถูกอึ้งปวยฮอ เตียวฮองเห็นดังนั้นก็เสียใจ ขับม้าหนี
ฝ่ายอึ้งปวยฮอ ครั้นเตียวฮองหนีไปแล้วก็มิได้ตามไป เก็บเอากระบองไว้ แล้วสั่งพวกทหารให้เร่งเกวียนเสบียงขึ้นมาพร้อมกัน ตั้งค่ายอยู่ในที่นั้น
ขณะเมื่อเตียวฮองหนีอึ้งปวยฮอไปนั้น เข้าอยู่ในกำแพงด่าน จึงคิดแต่ในใจว่า อึ้งปวยฮอคนนี้มีกำลังมาก แต่ผู้เดียวอาจสามารถจะทำลายค่ายได้ถึงสามด่าน ตัวเราก็เป็นคนชรา ไหนจะทานกำลังได้ ถ้าอึ้งปวยฮอหนีไปได้ พระเจ้าติวอ๋องจะเอาโทษแก่เรา จึงเรียกเสียวหงิน ปลัดด่าน เข้ามา แล้วว่า อึ้งปวยฮอมีกำลังสู้คนได้ถึงหมื่นหนึ่ง แล้วเก็บเอากระบองกายสิทธิ์ของเราไว้ได้ ซึ่งจะสู้ด้วยกำลังและฝีมือนั้นเห็นจะหาชนะไม่ จำจะคิดอุบาย ในค่ำวันนี้ ท่านไปเกณฑ์ทหารเกาทัณฑ์ไว้สามพัน เวลาสามยาม ออกไปลอบยิงอึ้งปวยฮอกับพรรคพวกเสียให้ตาย ตัดศีรษะส่งไปเมืองจิวโก๋ โทษจึงจะไม่มีแก่เรา เสียวหงินรับคำเตียวฮองแล้วเดินออกมา จึงคิดว่า อึ้งปวยฮอคนนี้ เมื่อเราตกเข้าไปเป็นบ่าวอยู่นั้น มีความเอ็นดูแก่