“ความระกำลำเค็ญของช่างทอผ้า” เขากล่าว “คือชะตากรรมซึ่งแรงงานทุกรูปแบบที่เรียนรู้ง่ายจำต้องเจอ ซึ่งอาจถูกแทนที่ด้วยวิธีที่ถูกกว่าเมื่อใดก็ได้ ในกรณีเหล่านี้ เพราะคนงานแข่งขันกันอยู่มาก อุปสงค์ลดลงเล็กน้อยก็ก่อวิกฤตได้ ช่างทอผ้าเหล่านี้ ในแง่หนึ่ง คาบเกี่ยวบนเขตแดนของการดำรงอยู่ของมนุษย์ หนึ่งก้าวหน้าก็มิอาจอยู่ต่อได้อีก สั่นนิดเดียวก็ล้มได้ ยิ่งแรงงานมือถูกแทนที่ ความก้าวหน้าของศาสตร์จักรกลจะนำมาซึ่งทุกข์ยากมหันต์ในยุคเปลี่ยนผ่าน สวัสดิภาพของชาติซื้อมาได้ด้วยความชั่วร้ายของบางบุคคลเท่านั้น อุตสาหกรรมก้าวหน้าด้วยราคาของคนที่ล้าหลัง มากกว่าการค้นพบใด ๆ เครื่องจักรทอผ้ากดทับช่างทอผ้าหนักที่สุด กับสิ่งของทั้งหลายซึ่งเคยทำด้วยมือ ช่างทอผ้าถูกทำให้อยู่ในสภาพไม่พร้อมรบ และเขาจะถูกบดขยี้อย่างแน่นอนกับผ้าหลากชนิดที่เหลือที่ยังทำด้วยมืออยู่”
เขากล่าวต่อว่า: “ในมือข้าพเจ้าคือจดหมายจากผู้สำเร็จราชการถึงบริษัทอินเดียตะวันออก จดหมายกล่าวถึงช่างทอผ้าในอำเภอแดกกา ท่านผู้สำเร็จราชการเขียนในจดหมายว่า: ‘ ไม่กี่ปีก่อน บริษัทอินเดียตะวันออกได้รับผ้าดิบหกถึงแปดล้านผืนที่ทอด้วยกี่ท้องถิ่น ความต้องการทยอยลดลงและเหลือประมาณหนึ่งล้านผืน ปัจจุบันหยุดการผลิตแล้วเกือบทั้งหมด’ มากกว่านั้น ในปี 1800 อเมริกาเหนือได้สินค้าฝ้ายจากอินเดียไปมากถึง 800,000 ชิ้น ในปี 1830 ไม่ถึง 4000 ชิ้น ประการสุดท้าย ในปี 1800 ได้ส่งออกไปโปรตุเกสหนึ่งล้านชิ้น ในปี 1830 โปรตุเกสได้ไม่เกิน 20,000 ชิ้น”