ดังว่าไว้ในมาตรา ๒๔๖ นั้นก็ดี ท่านว่าให้พิจารณาดูฐานที่เกิดเหตุก่อน ถ้าเหตุมิได้เกิดต่อหน้าธารคำนัลไซ้ ท่านให้ถือว่าต่อผู้ที่ถูกกระทำร้ายมาร้องทุกข์ จึงให้เจ้าพนักงานเอาคดีนั้นขึ้นว่ากล่าวตามกระบิลเมือง
ผู้ใดกระทำโดยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดถึงแก่ความตาย ท่านว่ามันฆ่าคนโดยเจตนา มีความผิด ให้ลงอาญาแก่มันตามโทษานุโทษเปนสามสฐาน คือสฐานหนึ่งให้ประหารชีวิตร์ให้มันตายตกไปตามกัน สฐานหนึ่งให้จำคุกไว้จนตลอดชีวิตร์ สฐานหนึ่งให้จำคุกตั้งแต่สิบห้าปีขึ้นไปจนถึงยี่สิบปี
ผู้ใดฆ่าคนโดยเจตนาต้องตามลักษณอย่างใดที่ว่าต่อไปในมาตรานี้ คือ
(๑)ฆ่าบิดามารดา หรือฆ่าญาติที่สืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปก็ดี
(๒)ฆ่าเจ้าพนักงานผู้ประจำหน้าที่ หรือฆ่าเพราะเหตุที่กระทำการตามหน้าที่ก็ดี
(๓)ฆ่าคนโดยพยายามด้วยความพยาบาทมาดหมายก็ดี
(๔)ฆ่าคนด้วยกระทำทรมานหรือการแสดงความดุร้ายทำแก่ผู้ตายให้ได้ความลำบากอย่างสาหัสก็ดี
(๕)ฆ่าคนเพื่อประโยชน์ที่จะตระเตรียมการหรือให้เปนความสดวกในการที่มันจะกระทำผิดอย่างอื่นก็ดี
(๖)ฆ่าคนเพื่อที่จะเอาผลประโยชน์อันเกิดแต่การกระทำผิดอย่างอื่นมาเปนของมัน หรือเพื่อจะปกปิดการกระทำผิดอย่างอื่น หรือเพื่อจะหลีกเลี่ยงให้พ้นอาญาในความผิดอย่างอื่นก็ดี
ท่านว่ามันผู้ฆ่าคนตายโดยเจตนาในลักษณอย่างหนึ่งอย่างใดดังว่ามานี้เปนคนทารุณร้ายกาจ ให้ลงอาญาฆ่ามันให้ตายตกไปตามกัน
ผู้ใดมิได้เจตนาจะฆ่าให้ตาย แต่มันกระทำร้ายแก่ร่างกายเขาจนถึงแก่ความตายไซ้ ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปจนถึงสิบห้าปี
ถ้าแลความผิดเช่นว่านี้มีลักษณฉกรรจ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังทำนองที่ว่ามาแล้วในมาตรา ๒๕๐ นั้นด้วยไซ้ ท่านว่ามันผู้กระทำผิดต้องรวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีขึ้นไปจนถึงยี่สิบปี
ผู้ใดทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยฐานประมาท ท่านว่ามันมีความผิด ต้องรวางโทษานุโทษเปนสามสฐาน คือสฐานหนึ่งให้จำคุกไม่เกินกว่าสามปี สฐานหนึ่งให้ปรับไม่