ปรับไม่เกินกว่าพันบาท สฐานหนึ่งให้ลงโทษทั้งจำทั้งปรับเช่นว่ามาแล้วด้วยกัน
การฟ้องเอาโทษแก่ผู้กระทำผิดกฎหมายหมวดนี้นั้น ท่านให้ถือว่าต่อผู้ที่ได้รับความเสียหายมาร้องทุกข์ จึงให้เจ้าพนักงานเอาคดีนั้นขึ้นว่ากล่าว
ผู้ใดใส่ความเอาผู้อื่นซึ่งอาจจะให้เขาเสียชื่อเสียงหรืออาจจะให้คนทั้งหลายดูหมิ่นหรือเกลียดชังเขานั้น ถ้ามันกล่าวต่อหน้าคนแต่สองคนขึ้นไปก็ดี หรือกล่าวแก่บุคคลนับแต่สองขึ้นไปก็ดี ท่านว่ามันมีความผิดฐานหมิ่นประมาทเขา มันต้องรวางโทษานุโทษเปนสามสฐาน คือสฐานหนึ่งให้จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือสฐานหนึ่งให้ปรับไม่เกินพันบาท หรือสฐานหนึ่งทั้งปรับทั้งจำด้วยโดยกำหนดที่ว่ามาแล้ว
ถ้าแลมันใส่ความเขาด้วยมันโฆษนาในสมุด หรือในหนังสือที่มีกำหนดคราวโฆษนา หรือในหนังสือพิมพ์บอกข่าว หรือโฆษนาในแบบอย่างแลในจดหมายอย่างใด ๆ โทษของมันผู้กระทำผิดหนักขึ้นทั้งสามสฐาน คือสฐานหนึ่งให้จำคุกไม่เกินปีหนึ่ง หรือสฐานหนึ่งให้ปรับไม่เกินสองพันบาท หรือสฐานหนึ่งทั้งจำคุกแลปรับด้วยโดยกำหนดที่ว่ามานี้
ผู้ใดแสดงความคิดเห็นของตนซึ่งคิดเห็นโดยสุจริตในลักษณการที่กล่าวต่อไปในมาตรานี้ คือว่า
(๑)ในการที่จะแสดงความชอบธรรมของตน หรือในการที่จะต้องต่อสู้ป้องกันตน หรือในการป้องกันประโยชน์อันชอบด้วยกฎหมายก็ดี
(๒)เจ้าพนักงานกล่าวความในรายงานตามตำแหน่งหน้าที่ของตนก็ดี
(๓)การที่กล่าวสรรเสริญแลติเตียนบุคคลหรือสิ่งใดใดโดยสุภาพอันเปนวิไสยธรรมดาสาธารณชนย่อมกล่าวกันก็ดี
(๔)การที่โฆษนาหรือกล่าวถึงการที่ดำเนิรอยู่ในโรงศาลใดใดหรือในที่ประชุมชนใดใดแลกล่าวแต่โดยสุภาพก็ดี
ลักษณที่แสดงความคิดความเห็นใน ๔ ประการนี้ ท่านว่าไม่มีโทษฐานหมิ่นประมาท
ท่านห้ามมิให้ศาลยอมให้ผู้ต้องหาว่าหมิ่นประมาทสืบพยานในข้อว่าความจริงดังมันกล่าวหรือไม่ เว้นไว้แต่ในคดีมีรูปความดังว่าต่อไปนี้ คือ
(๑)เมื่อศาลพิจารณาเห็นว่าที่มันกล่าวนั้นมันมีเจตนาจะให้เปนสาธารณประโยชน์ ประการหนึ่ง