บ้านปางหมูตั้งอยู่ริมน้ำปาย ตอนนี้ถูกว้างมาก แต่เวลาแห่งนี้ มาก็ย่อมเครอยู่แต่เพียงในขอบรอง แครองนั้นก็กว้างพอใช้ ส่วนในพื้น ด้วยนอกร่อง เป็นที่เพาะปลูกตลอดไปอย่างอุดม เช่นยาสูบและผักต่างๆ เป็นต้น สังเกตเห็นว่า สิ่งที่ปลูกลงเขียวชะอุ่มงดงามดีทุกอย่าง เหตุฉะนี้ เดี๋ยวทางแคนอังกฤษจึงพากันเข้ามามากขึ้นอยู่เสมอ โดยที่กล่าวว่า ทาง โน้นไม่มีทุ่งพอทำกิน
อนึ่ง น้ำปายตอนย่างนี้ ปรากฏว่า มีเรือค้าขายเกิดขึ้นเองได้ทั้ง แต่ในแนวแม่ฮ่องสอนลงไป มีเรือสำหรับขึ้นเดินทางไปแม่ของสอน และลำเลียงสินค้าเข้าออกทางน้ำ ออกไปแม่น้ำชลวินในแดนอังกฤษ แต่ คงเป็นเรือขนาดย่อม ๆ เท่านั้น
ทางเดิรจากปางหมูไปแม่ฮองสอน ในระยะ 5 กิโลเมตรนั้น เป็น ทางป่า โดยทิ้งน้ำปาย อ้อมเขาลูกหนึ่ง ซึ่งอยู่ชอบทิ้งไป แต่พื้นที่ก็ยังต่า ไม่ต้องขึ้นเขาสูง และตอนช่วงราย
การทำสะพาน พวกเงี้ยวออกจะแข็งแรง ถือเป็นบุญอันหนึ่ง เหมือนการสร้างวัดสร้างศาลาสาธารณประโยชน์
ผู้ใดสร้างสิ่งซึ่งเป็นกุศลสาธารณประโยชน์ดังนี้ ก็ให้คำนำชื่อ เรียกกันเป็นเกียรติยศ เช่นผู้ที่สร้างวัดเรียก "จอง" เป็นคำนำชื่อ (จอง แปลว่าวัด) หรือลุงจอง หรือจองตามควรแก่อายุ ทำนองเดียว กัน บำรุงวัดได้ชื่อว่า “จองอุปการ" ผู้ทำศาลาได้ชื่อว่า “สะลือบ (สะสอบ แปลว่าศาลา) ผู้ทำสะพานได้ชื่อว่า "กันทา" สร้างเสาธง เป็นเครื่องสักการะที่วัดหรือที่เชิงสะพาน ได้ชื่อว่า "ของวีคอ" เสาธง นี้ ทำนองก็คล้ายเสาหงษ์ตามวัดของเราและมีธงหอย แตรงนั้นเป็นธงแข็ง ทำด้วยโลหะบ้าง ด้วยไม้บ้าง ถ้าซึ่งไม้บ้าง เรียกว่า "ตุงกระด้าง บางแห่งทำด้วยโลหะโปรงเป็นหลอดกลม ๆ รูปร่างไม่เป็นธงที่เดียวก็มี แม้แต่ผู้สร้างฐานเท็จกุฎีถวายวัด ก็ยังได้คำนำหน้าชื่อว่า “จองละยิ่ง (ละอิ่ง แปลว่ารวม) วิธีการให้เกียรติยศกันดังนี้ ถ้าชักโยงไปถึงการ