ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Official Mae Hong Son-Chiang Mai report, Feb 1929.pdf/24

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
– ๒๑ –


และมีโต๊ะตั้งเครื่องบูชาอยู่กลาง ซึ่งดูยิ่งประกวดกับหาดอกไม้ที่งามมาก แต่งให้งาม บางแห่งถึงทำเป็นบายศรีประกอบด้วยดอกไม้ ส่วนดอกกล้ ไม้นั้น ใช้เป็นเครื่องแต่งแทบจะทั่วไปทุกห้อง การตกแต่งนี้ แม้วันอื่น ๆ นอกจากวันเข้าเมือง จะผ่านไปมาเมื่อใดก็พรักพร้อมอยู่เสมอ ส่วนผู้คน พลเมืองหนาขึ้นแซมดี สังเกตเห็นพวกผู้หญิงแต่งเครื่องทองกันหนาดา ไม่บริบูรณ์พูนสุข ก็จะไม่สามารถแต่งเช่นนี้ได้ แต่ผู้ที่นับว่ามีเงินนั้น ก็มี แต่พวกเราขาย คือขายของหรือทำไม้ ส่วนควบ วนาพอเสียง นัน ไม่เป็นคนมีทรัพย์ขึ้นได้ การแต่งกายของพลเมือง ถ้าเป็นไทยเมืองก็ไม่ ผิดอะไรกันกับที่เชียงใหม่ แต่ถ้าเป็นไทยเลี้ยว ซึ่งเป็นส่วนมากของพล เมืองแล้ว ผู้ชายคงแต่งตามประเพณีเงี้ยว คือ โพกผ้าสวมเสื้อคล้ายจะม แต่สวมกางเกงอย่างเป้าโต ส่วนผู้หญิงนั้น นุ่งซิ่นสวมเสื้อ มักมีเครื่อง ประดับ นอกจาก กำไล บิน มีสายสร้อยหอย แต่เป็นสายสร้อยยาวคลา สายนาฬิกาที่เคยแต่งกันในกรุงเทพ ฯ แต่ก่อน ส่วนผมนั้น เป็นสองประ เภท พวกหนึ่งเกล้ามวยอย่างเชียงใหม่ อีกพวกหนึ่งเกล้าผมอย่างจะมา สังเกตเห็นว่า ถ้าใครเป็นผู้รักสวยรักงามมักจะทำผมอย่างจะมา หรือเวล ปกติทำผมอย่างเมือง เวลาตกแต่งโอ่โถงทำผมอย่างจะมาเปลี่ยนไปเปลี่ย มาก็มี ถ้ายังอยู่ในเกณฑ์เป็นเด็ก นอกจากมวย มักมีผมน้อยหน้าหอยหลัง แต่งผมอย่างเด็กนี้ไม่งาม แต่จะไว้ผมอย่างไรก็ตาม ทุกคน เป็นเสียบดอกไม้ที่มวยผม เรียกว่า "เหน็บดอก" ไม่ว่าจะเป็นเวลาเที่ยว หรือนั่งอยู่ในเรือน หรือแม้กำลังทำกิจการต่าง ๆ นิสสัยรักดอกไม้นี้ เป็น นิสสัยที่น่าเอ็นดูอันหนึ่งของชาวพายัพ สังเกตเห็นว่า ที่เชียงใหม่การเสีย ดอกไม้ผมออกจะบางตาไปกว่าแต่ก่อน เกรงว่าธรรมเนียมนี้จะสูญไปเสีย ช้างจังหวัดเหนือ ๆ นี้ยังบริบูรณ์ดี

เรือนที่จัดเป็นพลับพลาที่พักรับรองคราวนี้ เดิมเป็นห้างของฝรั่ง ห่างบอมเบย์เบอร์มา เมื่อยังทำการป่าไม้อยู่ในจังหวัดนี้ เวลานี้เลิก การไปแล้ว บอกขายเพียงราคา 6,000 รูเบีย รวมทั้งเรือนอื่น ๆ และ