ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Official Mae Hong Son-Chiang Mai report, Feb 1929.pdf/29

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
– ๒๖ –

ทนายความที่จังหวัดนี้มีเพียง ๒ คน เปนคนไทยเมืองมาจากเชียงใหม่ต่างหากินไม่สู้ดีนัก ได้ยินว่าคนหนึ่งจะหาได้ปีหนึ่งเพียงราว ๕๐๐ - ๖๐๐ บาทเท่านั้น เรื่องศาลที่แม่ฮ่องสอนนั้น ทราบว่ายังไม่มีแผนที่จะสร้าง ความจริงก็ไม่รีบร้อน แต่ถ้าจะสร้างเมื่อใด ควรสร้างในบริเวณที่ดินของห้างบอมเบย์เบอร์ม่า ที่กำลังคิดซื้อเรือนทำศาลากลางนั้น เพราะที่คนยังมีพอแก่การ จะหาที่ในเมืองเองนั้น ซึ่งเปนการยาก ได้สั่งให้คิดทำ General plan ไว้เปนเค้าแล้ว.

ตำนานและพ่อเมือง การที่กล่าวถึงพ่อเมือง คือพญาพศาลฮ่องสอนกิจ จะต้องกล่าวถึงตำนานทั้งตัวแม่ฮ่องสอนอยู่เล็กน้อย ส่วนข้อความพิสดารแห่งพงษาวดาร ได้แนบไว้ข้างท้ายรายงานนี้แล้ว ตามถ้อยคำซึ่ง อำมาตย์ตรี หลวงพิบูลย์บริหาร ได้เรียบเรียง และ อำมาตย์เอก พระยาอนุบาลพายัพกิจ ตรวจแก้.

ถ้าพงษาวดารที่กล่าวนี้ถูกต้อง ก็แปลว่า เพียงเวลา ๑๐๐ ปีที่ล่วงมานี้เอง ท้องที่จังหวัดนี้ยังเปนแค่ป่า ไม่มีใครปกครอง แต่รู้กันทางเชียงใหม่ว่า มีพันธ์ไม้อันมีค่าเปนอันมาก ส่วนผู้คนมีแต่เงี้ยวทางเขตต์พะม่าที่อยู่ชายแดน เข้ามาตั้งหากินเปนครั้งคราวชั่วระดูกาล มาประมาณพ.ศ. ๒๓๗๔ เจ้านครเชียงใหม่ ส่งเจ้าแก้วเมืองมา มาโพนช้างและควบคุมพวกเงี้ยวตั้งขึ้นเปนหมู่บ้านเรือนในบริเวณบ้านโป่งหมูก่อน แล้วจึงเดิรต่อไปยังบริเวณแม่ฮ่องสอน สั่งให้พะก่าหมองและแสนโกมชักชวนราษฎรมาตั้งปลูกบ้านสร้างเรือน แล้วก็กลับไปเชียงใหม่

กาลต่อมา พะก่าหม่องกับแสนโกมคิดตัดไม้สักกล่องน้ำปายไปออกน้ำคง ขายพะม่าที่เมืองเมาะลำเลิ่ง คิดว่าจะเปนทางบำรุงบ้านเมือง จึ่งเข้าไปขออนุญาตเจ้านครเชียงใหม่ ได้รับอนุญาตทำแล้ว ก็นำเงินค่าขายไม้หรือค่าตอเข้าไปส่งทุกปี ต่อมาเกิดการจลาจลในหัวเมืองเงี้ยวด้วยมีศึกมาติดเมือง ราษฎรแว่นแคว้นเงี้ยวเหล่านั้นก็อพยพเข้ามาเปนอันมาก มีเงี้ยวผู้หนึ่งชื่อชานกะเล เปนชาวเมืองจ๋าก๋า ได้หนีเข้ามาด้วย