และเข้ามาเปนลูกจ้างให้พะก่าหม่องใช้สอยเปนที่ไว้เนื้อเชื่อใจ พะก่าหม่อง
จึ่งให้ทุนแก่ชานกะเลทำป่าไม้เปนส่วนตัวอีกต่องหาก และยกบุตร์ชื่อนางไสย
ให้เปนภรรยาชานกะเลด้วย.
พ.ศ. ๒๔๐๙ ในแว่นแคว้นเงี้ยวเมืองมอกใหม่เกิดวิวาทเปนศึก กันกับเมืองนาย เจ้าฟ้าเมืองนายยกพลมาติดเมืองมอกใหม่ เจ้าฟ้าโก หล่านอยู่เมืองมองใหม่ไม่สามารถต่อสู้ อพยพครอบครัวหนีเข้ามาที่บ้านแม่ ฮ่องสอน อาศัยอยู่กับแสนโกม แสนโกมรายงานตัวเข้าไปยังเมืองเชียง ใหม่ เจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ จึ่งสั่งให้หาตัวเจ้าฟ้าโกหลานเข้าไปพบ เจ้า ฟ้าโกหล่านขัดข้องเพราะป่วย จึงให้บุตร์ชื่อขุนหลวงเข้าไปแทน ในที่สุด ขุนหลวงผู้นี้ได้เจ้าอุบลวรรณาบุตรีเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์เปนภรรยา และ เลยตกอยู่เชียงใหม่ ฝ่ายเจ้าฟ้าโกหล่านก็คงอยู่กับแสนโกมที่แม่ฮ่องสอน ภรรยาชานกะเล—ตาย เจ้าฟ้าโกหล่านยกนางเมียะหลายคนเล็กให้ เปนภรรยาซานกะเล และยกนางนุหลาน ซึ่งเปนพี่นางเมียะ ให้เปน ภรรยาปู่โท้ ซึ่งเปนคนสนิททุกข์ยากของเจ้าฟ้าโกหล่าน ติดตามมาจาก เมืองม็อกใหม่ และตั้งให้ปู่โท้ให้เปนลุงขุนโท้.
ต่อมา ถุงขุนโทอพยพครอบครัวจากแม่ฮ่องสอนไปทางใต้ เห็น ทำเลที่ห้วยน้ำยวมเหมาะ จึ่งได้ตั้งบ้านเรือนที่ตำบลบ้านขุนยวม.
กาลต่อมา ขุนหลวงบุตร์เจ้าฟ้าโกหล่าน ซึ่งได้เจ้าอุบลวรรณา เปนภรรยาอยู่เชียงใหม่ ลาเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ไปเยี่ยมบิดาและญาติ ที่แม่ฮ่องสอน เกิดเหตุอูกีสิริผู้รักษาเมืองปายเข้าไปฟ้องที่เชียงใหม่ หาว่า เจ้าฟ้าโกหล่านคบคิดกับขุนหลวงบุตร และซานกะเลเปนขบถจะยกเข้าไปตี เชียงใหม่ เจ้านครเชียงใหม่ยกทัพมาปราบปรามถึงแม่ฮ่องสอน เจ้าฟ้า โกหล่านกับขุนหลวงและครอบครัวกลัวภัย จึงพากันอพยพหนีไปเมืองมอก ใหม่ ฝ่ายชานกะเลและลุงขุนโท้ออกสามิภักดิ์ เจ้านครเชียงใหม่ไม่เชื่อ ถือ พาตัวไปกักไว้ที่เชียงใหม่สองปีเศษ แล้วจึงสั่งให้ชานกะเลกลับไป รักษาบ้านขุนยวม.