ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Official Mae Hong Son-Chiang Mai report, Feb 1929.pdf/35

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
– ๓๒ –


ถินตาเปนเงี้ยว แต่บวชตามสิทธิไทยเมือง เปนผู้ใหญ่แล้ว ดูก็แจ่มใสดี แต่เห็นจะไม่มีความรู้อะไร วัดพระนอนนั้น มีวิหารพระนอน องค์พระยาว ประมาณ ๑๒ เมตร ทำแบบพะม่า ว่านนางเมี๊ยะซึ่งเคยครองตำแหน่งพ่อ เมืองเปนผู้สร้าง การสวดมนต์ ถ้าเปนพระถือลัทธิไทยเมืองจำเพาะใน เมืองแม่ฮ่องสอน สวดสังโยกแบบหลวง แต่ตามชนบทยังสวดแบบเงี้ยว ถ้าเปนลัทธิพะม่าก็สวดแบบพะม่าทีเดียว.

ได้ขึ้นดอยกองมูซึ่งมีเจดีย์และวัด วันนั้นร้างไปทีหนึ่งแล้ว มีผู้ มาซ่อมขึ้น เวลานี้มีพระอยู่ ๓ รูป เปนพระสัทธิพะม่า กับมีเจดีย์วิหาร พัง ๆ อีกหลายองค์หลายหลัง เพราะไม่มีใครบำรุง สังเกตการสร้าง วัดทั่วไป เปนการสร้างทิ้งทั้งสิ้น ไม่มีใครบำรุง พากันแสวงบุญแต่ใน ทางสร้าง ไม่มีใครนิยมในทางปฏิสังขรณ์ พระที่อยู่บนดอยนี้นับว่ากันดาร การบิณฑบาตใช้เด็กเดิรลงไปรับในเมือง น้ำฉันมีราษฎรหาบขึ้นไปถวาย เอาบุญ จากดอยนี้ ดูภาพภูมิประเทศงามรอบดอย ด้านเหนือเห็นน้ำปาย ที่ตำบลปางหมูและทางที่ได้เดิรมาครั้งนี้ ด้านใต้เห็นทางที่จะไปจากนี้ ด้านตะวันออกเห็นเมืองและทุ่งนาโดยรอบ หมากมะพร้าวเขียวไปทั้ง เมือง และเห็นลำห้วยแม่ฮ่องสอนตั้งแต่ตะวันออกวกไปได้ เปนห้วย ขนาดย่อมไหลลงน้ำปาย.

ในวันที่ขึ้นคอยกองมูนี้ ที่เชิงคอยมีแห่ครัวทานตามแบบพายัพ พญาพิศาลฮ่องสอนกิจพอเมืองนำหน้ากระบวน แล้วถึงมโหรสพ แล้วถึง มณฑปทำด้วยกระดาษมีคนหาม ต่อนั้นไปมีหญิงรูปงามถือธูปเทียนตกแต่ง ด้วยเครื่องกระดาษประมาณสัก ๔๐ คน มีสำรับคาวหวานคนหาบ มีเด็ก ซึ่งจะบวชเป็นสามเณรในวันนั้น ๕ คน ที่คอคนต่างม้ายึดผ้าโพกศีร์ษะคน นั้น ๆ เปนบังเหียน และเต้นทำนองม้า มีกรตทองแบบพะม่ากั้นซ้ายขวา คนละสองคันรวม ๑๐ คัน มีนางงามโปรยเข้าตอกซัดเจ้านาค เจ้านาค แต่งตัวคล้ายละคอนพะม่า พิธีนี้ตามคำเมืองเรียกว่า "บวชลูกแก้ว" กระบวนแห่นี้ได้ผ่านมาให้ดูที่วัดก่อน แต่ยังไม่แล้ว ยังต้องไปเดิรแห่รอบ เมืองอีก เริ่ม ๑๖ น. จนกระทั่ง ๑๘ น. ลงจากคอยยังเห็นเดิรอยู่ใน