เป็นพ่อเมืองขุนยวม จึงไปขออนุญาตต่อเจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ กวาด
ครัวมาทางนี้ อีกยุคหนึ่งเข้ามาในระวางอังกฤษดีเมืองพะมาในระยะ
เวลา ๔๐ ปีเศษ ตามสำนวนเขาเรียกว่า มาเพราะ "มีศึกกุลาตีเมือง
(คำกลานี้ ได้ความว่า พวกพะมาและเลี้ยวใช้เรียกฝรั่งหรือคนต่างชาติ
แม้แขกอินเดียนก็เรียกกุลา เรียกฝรั่งว่าตุลาขาว เรียกแขกว่ากุลาดำ 1
การประหลาดที่พวกสาวชาวอิสาณอุดร กลับเรียกเอาตัวจะมาเองว่ากุลา)
อีกยุคหนึ่งนั้น เข้ามาชั้นหลังนี้ ภายหลังที่อังกฤษเข้าครอบครองแล้ว พวก
นี้ยอมเป็นคนในบังคับอังกฤษโดยแท้ เว้นแต่จะไม่อ้าง
เวลาบายออกจากบ้านเมืองปอน เดินในลำแม่ปอนอยู่เกือบ กิโลเมตร สองฟากลำน้ำเป็นทุ่งแคบ ๆ หว่างเขา ที่บนขอบด้วยทำนา ด้วยอาศัยเหมืองช่วยตลอดที่ที่จะทำได้ ไปจนจดชายเขาที่ตั้งชันขึ้น เป็น อย่างนี้ตลอดไป แม้มีที่เป็นเศษเล็กน้อยเท่าใด ก็ทำนาหรือปลูกผักปลูก ยาสูบ ตรงที่ตั้งบ้านเมืองปอนนั้น ทางคอยกว้างหน่อย แต่ลงไปข้างใต้ แคบเข้ามาก ตัวนำกลับกว้างขึ้น จึงเหลือที่ดอนทำนาแต่น้อยที่สุด ที่กว้างเพียงสัก ๒๐ เมตรก็มี ส่วนทางที่เดินไปนั้น โดยมากเดิน ในลำน้ำที่เดียว ถ้าเป็นฤดูน้ำคงลำบากมาก
ถึงสบห้วยยาว ซึ่งห้วยนี้เข้ารวมน้ำปอน จึงเดินทางบ่ายหน้าไป ทิศใต้ ข้ามเขาไปลงห้วยแม่ลาก๊ะ เสียบด้วยไปจนถึงที่พักแรม แม่ลากะ นี้ ทางน้ำในตอนที่พบก็ถูกวางขนาดน้ำปอน แต่กระแสน้ำแรงกว่า แม่ลาก ไหลลงน้ำปอน น้ำปอนไหลลงน้ำยวม
วันที่ ๑๑ มีนาคม เขาเดินทางข้ามห้วยแม่ลากะแล้วข้ามเขาไป เดิมพันหวยแม่หยวก พักร้อนปางสักหลวง มีสะลอบ (ศาลา) ที่พักคนเดิน ทาง ว่าพระสงฆ์ที่แม่ลาหลวงมาสร้างไว้ ได้พบกำนันบ้านแม่งาว อยู่นอกทางเดินระยะทางคืนหนึ่ง พาลูกน้องมาทำพลับพลา กำนันคนนี้ เป็นที่แสนบรรณสาร เจ้าราชวงศ์เชียงใหม่มาตั้งไว้นานแล้ว เวลานี้ อายุ ๖๗ เกิดที่ออกใหม่ เข้ามาแต่ยังเล็ก "ก่อนกุลาตีมอกใหม่ การที่