ว่าถึงอนามัยแห่งพวกที่เดิรทางมาด้วยกันทั้งกระบวน ปรอทถึง เพียงนี้ต้องนับว่าดี เพราะจำนวนคนก็ร่วม ๓๐๐ ตั้งแต่มา มีเลขานุการ มณฑลเปนไข้มาลาเรียถึงล้มหมอนนอนเสื่อคนหนึ่ง มีคนท้องร่วงอย่างแรง คนหนึ่ง กับวันนี้มีพวกย่อคุมต่างเป็นกลางทางคนหนึ่ง เปนไข้เนื่องจาก พิษบาดแผล นอกจากนั้นแล้ว ก็มีแต่ปวดหัวตัวร้อนกับบาดแผลเล็ก ๆ น้อย เมื่อคิดถึงจำนวนคนกับความเปลี่ยนแปลงระวางหนาวร้อน ซึ่งบางวันต่าง กันกลางคืนกับกลางวันถึง ๕๕ ฟาเรนไฮท์ ทั้งการที่ต้องออกกำลังเนื่อง ในการเดินทางอย่างลำบากนั้นแล้ว ต้องนับเปนอย่างดี
วันที่ ๑๓ มีนาคม เข้าเดิรทางข้ามคอยแม่ลาน้อยไปกระทบน้ำ ยวม แล้วเดิรตามน้ำยวมลงไป เลียบริมตลิ่งตัดข้ามที่ลำน้ำคด ๓ ครั้ง ไปพักร้อนริมน้ำยวมตรงข้ามกับสมแม่เตี๊ยะ ริมน้ำยวมนี้ มีไร่นาและมีหมู่ บ้านบ้าง ที่นับว่าเปนหมู่เชื่องหน่อย คือบ้านผาปุ้ม.
ต่อจากที่พักร้อน คงเดิรตามลุ่มน้ำยวมนั้นเองเรื่อยไป แต่ตัด ห่างออกไปจนใกล้เข้าไปหาแม่สะเรียงในระยะประมาณ ๖ กิโลเม็ตร จึ่งวกเข้าหาน้ำยวมใหญ่.
เดิรทางบ่ายวันนี้ร้อน ปรอทถึง ๑๐๖ ฟาเรนไฮท์.
ผ่านบ้านสบหาญ เป็นหมู่บ้านใหญ่มาก มีโรงเรียนประชาบาล ต่อนั้นไปบ้านท่าข้าม เป็นที่ข้ามน้ำยวมและเปนหมู่บ้านใหญ่เหมือนกัน ครั้น เข้าใกล้ถึงบ้านแม่สะเรียงประมาณสัก ๒ กิโลเมตร มีมิสชันนารีอังกฤษ สำหรับสอนกะเหรี่ยงในพะม่ามาตั้งสาขาเป็นโรงเรียนอยู่ มีป้ายชื่อว่า "The Mainlongye Karen School" ไมลองยีนั้น เปนชื่อบ้านแม่ สะเรียงตามสำนวนพะม่าเรียก โรงเรียนนี้จัดการรับรองแขงแรง ตั้ง ซุ้มทั้งแถวรับเสด็จ มีเด็กนักเรียน ๒๐ - ๓๐ คน และมีกะเหรี่ยงผู้ใหญ่ แต่งเครื่องกะเหรี่ยง แต่สะอาดผิดปกติของกะเหรี่ยง สัก ๔๐ คน พวกนี้ คือพวกที่ได้เข้ารีตแล้ว การเข้ารีตนับว่ามีผลดีที่ทำให้สะอาดได้ มิฉะนั้น แล้ว พวกยางหรือกะเหรี่ยงถือว่า ถ้าใครสะอาด ผีเกลียด ครูสอน