ชื่อแม่สะเรียง ก็ดีไปอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะเหตุได้รักษาชื่อกาน
แม่สะเรียงในพระราชพงศาวดารไว้ กับถ้าเรียกว่าเมืองยวม ชื่อก็ไป
ตัวกันใกล้กับชื่อบ้านขุนบวมไป
เคยมีผู้ถึงความคิด เห็นควรย้ายจังหวัดมาทั้งที่บ้านแม่สะเรียง เพราะเป็นที่ประชุมชนใหญ่กว่าแม่ฮ่องสอน แต่เมื่อพิจารณาถึงระยะทาง แล้ว เห็นว่าถ้าป้ายจังหวัดมาตั้งที่นี่ จะเกิดความลำบากแก่ราษฎร ฝ่าย เหนือ เช่นพวกเมืองปายเป็นอันมาก เพราะระยะทางห่างราว ๑๕๐ กิโลเมตร ยังไม่มีทางคมนาคมที่สะดวก เพราะฉะนั้น ตั้งจังหวัดอยู่แม ฮ่องสอน จึงได้เป็นศูนย์กลางท้องที่ของจังหวัดดีกว่า
การอำเภอ สถานที่ราชการอำเภอจึงซ่อมแล้วใหม่ ขวางดีอยู่ และได้ดัดแปลงภาคพื้นสีเมนต์ชั้นล่างเอาเป็นที่ทำการอำเภอ โดยตรง เป็นอันอยู่ชั้นล่างหมดทุกหน้าที่ ส่วนชั้นบนนั้น จัดเป็นศาล และที่ทำการของแพงและรองจาศาล ทั้งนี้เพราะเหตุว่า มีระเบียบการ ศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอนต้องเดินมาชำระความที่อำเภอแม่สะเรียงนี้เป็น ระยะ เพื่อมิให้ลำบากแก่คู่ความและพะยาน ดังได้กล่าวไว้แล้วในตอน ที่ว่าด้วยศาลแม่ฮ่องสอน ส่วนที่พักนายอำเภอกว้างขวางโอ่โถงดี เพราะ เริ่มสร้างขึ้นไว้สำหรับเป็นที่พักฝรั่งครูตำรวจ.
ระเบียบการออฟฟิศอำเภอ เช่นการเก็บหนังสือเป็นต้น ไม่ เรียบร้อย เคจะ ะโทษว่าเป็นความบกพร่องของนายอำเภอไม่ได้ถนัด เพราะต้องซื้อชนกันในระวางซ่อมที่ว่าการอำเภอ ซึ่งจะสำเร็จลง ยัง มิทันได้จัดเข้าระเบียบดี ส่วนตัวนายอำเภอ คือ หลวงประสานสุขประชา ก็พึ่งย้ายมา หน้าที่ปฏิบัติราชการปกติจะเป็นอย่างไร ยังวินิจฉัยไม่ได้ ถนัด แต่มีขอยกย่องได้อย่างหนึ่งว่า ในระวางเวลาอันน้อยที่ได้มาอยู่นี้ ได้ทำความโอบอ้อมอารีเป็นที่นับถือวางใจแก่พวกพ่อค้ามากอยู่ จึงอาจ สามารถทำการเรี่ยไรเพื่อสาธารณประโยชน์ได้ต่าง ๆ เช่นการสร้าง โรงเรียนดังจะกล่าวต่อไปข้างหน้า ประกอบด้วยได้แสดงฝีมือทำสะพาน