กิริยาตกใจเงอะงะอยู่ ลงท้ายเปนลม เลยไม่ได้ฟัง.
สำหรับสถานที่โรงเรียนประจำอำเภอนี้ นายอำเภอได้จัดการ เรี่ยไรสร้างโรงเรียนใหม่ให้กว้างขวางพอแก่การ และได้นัดพ่อค้าทำ ความตกลงกันในวันเข้าเมืองนี้ให้เปนผล เพื่อเปนที่ระลึกการรับเสด็จ ได้ตั้งราคาลง ๑๐,๐๐๐ บาท นายจันต๊ะ ซึ่งได้กล่าวนามมาก่อนแล้วคน เดียวให้กึ่งราคา นอกนั้นพวกพ่อค้าพะม่า เงี้ยวและฮ่อ ได้ลงชื่อด้วย เปน จำนวนคนหนึ่งอย่างมาก ๕๐๐ บาท ก็เป็นอันได้จำนวนเห็นรูปเค้าสำเร็จ ได้ให้ชื่อโรงเรียนที่จะสร้างนี้ว่า "บริพัตร์ศึกษา"
การสาสนา มีวัดห้าหกวัด เปนวัดแบบไทยเมืองสองสามวัด นอกนั้นเป็นวัดเลี้ยวตามแบบพะม่า ที่อำเภอแม่สะเรียงนี้ มีลักษณะต่าง กันกับอำเภออื่นที่ผ่านมาแล้วอย่างหนึ่ง คือ วัดที่ถือลัทธิแบบไทยเมืองนั้น สร้างเป็นทำนองวัดไทยเมืองจริง ๆ อย่างที่เห็นในจังหวัดอื่น ๆ แห่ง มณฑลพายัพ มีพระอุโบสถ, ศาลา, กุฎี แต่คนที่ไปบวชในวัดแบบไทยเมือง นี้ มีฉะเพาะแต่คนเมืองเท่านั้น ส่วนพวกเงี้ยวไปบวชทางลัทธิฝ่ายพะม่า หมด แยกกันเฉียบขาดคั่งนี้ ส่วนพระพะม่าก็มีหลายรูป ดูไม่สู้ครีมครำ นัก แต่ก็ต้องเรียกมาพบพูดจากัน ถ้าไม่เรียกก็คงนั่งนิ่ง ไม่มีการรับ รองปฏิสันถาร เงี้ยวที่บวชในสำนักนี้พระพะม่า ตลอดจนเณร เรียนหนัง- สือพะม่า เจ้าคณแขวงเปนพระไทยเมือง บ่นว่าฝ่ายพระพะม่าและเงี้ยว ไม่ยอมให้ว่ากล่าวบังคับอะไรเลย แต่ถ้าวิวาททะเลาะกัน ก็มีมาขอให้ เปรียบเทียบบ้าง เมื่อเช่นนี้ส่อให้เห็นความต้องการพระที่มีอัธยาศัยกว้าง ขวางช่างพูด เปนที่นับถือบูชาของพวกเงี้ยว แล้วอาจจะโน้มเหนี่ยวให้ มาเข้ารูปการทางฝ่ายคุณสงฆ์ได้ แต่เจ้าคณแขวงองค์นี้ สังเกตดูอัธยาศัย ไม่มีคุณวุฒิเช่นกล่าวนั้น.
การป่าไม้ ในเวลาที่อยู่แม่สะเรียงนี้ ได้มีพ่อค้าซึ่งทำการป่า ไม้มากคนด้วยกัน พร้อมใจกันมาร้องขอให้ช่วยในเรื่องการทำป่าไม้ ซึ่ง เวลานี้ได้รับอนุญาตทำแต่ในส่วนไม้ซึ่งเหลือจากห้างบอมเบย์เบอร์ม่าได้