ที่ต่างชาติต่างภาษานั้นเลย
๔. การปกครอง จัดตามลักษณะปกครองมณฑลภายในตลอดแล้ ซึ่งเป็นไปโดยราบคาบ ไม่มีข้อติดขัดแต่อย่างหนึ่งอย่างใดเลย
๕. การศาสนา พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาพื้นเมือง พลเมืองส่วนใหญ่คือพระพุทธศาสนา แต่การปกครองคณะสงฆ์ยังไม่เรียบร้อย พระสงฆ์แตกเป็นสองสิทธิ คือ สิทธิไทยเมือง รับสิทธิจะมา เข้ากันไม่ สนิท พลเมืองฝ่ายไทยเดี๋ยวนิยมไปทางลัทธิยะมา พระสงฆ์มีไว้เป็นปูช นียวัตถุ ไม่สำเร็จกิจในการสั่งสอนอบรมพลเมืองอย่างหนึ่งอย่างใด เป็น เรื่องซึ่งจะต้องจัดสืบไปภายหน้า ถ้าเจ้าคณะมณฑลได้ขึ้นไปตรวจบ่อย ๆ ซึ่ง ปรากฏว่ายังไม่มีองค์ใดได้เคยไปถึงเลย และจัดการให้มีพระสงฆ์ ในท้องที่ได้เข้ามาเล่าเรียนที่กรุงเทพ ฯ หรือเชียงใหม่ มีคุณวุฒิในทาง เทศนาสั่งสอนและในทางปกครองอันดีขึ้น เชื่อว่าจะสามารถโน้มน้ำใจ พลเมืองให้เลื่อมใสมาในทางดีขึ้นได้ วัดวาอารามมีมาก มักจะสร้าง ด้วยไม้เป็นแบบวัดทะมา แต่สร้างแล้วมีใครบูรณะ รักษา มักทรุดโทรม เลิกร้างไป ประกอบด้วยจำนวนพระสงฆ์วัดหนึ่งมักมีเพียงรูปเดียวหรือ สองรูป วัดก็อาจร้างได้โดยง่าย ศาสนาอื่น มีอิสลาม จำเพาะในหมู่ ออ และจำเพาะที่เมืองแม่ฮ่องสอนไม่กี่คนนัก แต่ก็ถึงมีหะยีประจำ และ มีโรงสวด ศาสนาคริสต์ มีแต่มิสชันนารีกะเหรี่ยงไปตั้งอยู่ที่แม่สะเรียง รายเดียว ทำการสั่งสอนฉะเพาะแต่พวกบาง แต่ก็ปรากฏผลน้อยที่สุด
๖. การศึกษา นอกจากโรงเรียนประจำจังหวัด ได้ตั้งโรง เรียนประชาบาลประจำตำบล โดยมากแล้ว แต่การสอนยังอ่อนมาก เพราะ หาครูได้ยาก ความนิยมต่อการศึกษาก็เห็นจะยังไม่มี เพราะประเพณี ไทยเลี้ยวยังไม่ถือว่า มีความจำเป็นต้องรู้หนังสือทั่วทุกคน แต่ก็ไม่ปรากฏ อาการชัดขึ้นอย่างหนึ่งอย่างใด กำนันบางคนเอาใจใส่ดีก็มี รวมความ ถือว่า การศึกษาในจังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในฐานเพียงพึ่งได้ตั้งเค้าขึ้น ยังไม่เจริญแพร่หลาย แต่ยอมเป็นวัตถุอันสำคัญที่จะเชื่อมความสำนึกต่อชาติ