อยู่รวมกันให้เป็นหมู่ ๆ เจ้าแก้วเมืองมาจึงได้เลือกเลี้ยวคนหนึ่ง
ในพวกนั้น ผู้มีฐานดีกว่าผู้อื่นในหมู่เดียวกันชื่อ จะการมอง ให้เป็นเหง
(กำนัน) หัวหน้าปกครองดูแลราษฎรลูกบ้าน และได้ชี้แจงกับระกา
มองว่า ให้ไปชักชวนเกลี้ยกล่อมคนอื่น ๆ ซึ่งตั้งทับกระท่อมอยู่ตาม
ชายเขาริมห้วยแถบนั้น ให้เข้ามาอยู่ในบ้านที่ตั้งใหม่ให้มากมูลขึ้น แล้ว !
เจ้าแก้วเมืองมาก็ออกเดินทางตรวจต่อไป ส่วนจะการมองอยู่ภายหลัง
ได้จัดการตามเจ้าแก้วเมืองมาแนะนำ ทั้งได้ไปเที่ยวชักชวนญาติพี่น้อง
ซึ่งอยู่ตามบ้านชายเขตทางแดนจะมาให้อพยพเข้ามาตั้งบ้านสร้างเรือน
ขึ้นอีกหลายหลัง จนเป็นหมู่บ้านย่อม ๆ ขึ้น จึงได้ขนานนามหมู่บ้าน
นั้นว่า "บ้านโป่งหมู" (ภายหลังนานเข้าก็เรียกกลายไปเป็นบ้านปาง
หมู ซึ่งหมายความว่า "ปาง" เป็นที่พัก คือบ้านปางหมูจนทุกวันนี้)
ส่วนเจ้าแก้วเมืองมา เมื่อออกจากโป่งหมูแล้วเดินไปทาง ทิศใต้ถึงห้วยแห่งหนึ่งมีรอยช้างป่าชุกชุม จึงได้หยุดพักตั้งบ่างถางที่ เป็นชุมรมอาศัย แล้วออกตรวจลู่ทาง และได้จัดให้ช้างต่อหมอควาน ออกไล่โทนคล้องช้าง ได้ช้างป่ามาหลายช้างทั้งดอกฝึกสอนอยู่ริมห้วย เจ้าแก้วเมืองมาตรวจเห็นท้องที่ตำบลนี้มีเขาล้อมรอบ ที่วางระวาง เขาต่อเขาเป็นที่ราบ มีแต่ป่าดงพงไม้หนาแน่น และมีลำห้วยน้ำไหล จากทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือผ่านพื้นที่ป่าไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ ลงแม่น้ำปาย ส่วนทางตะวันตกของป่าก็มีแม่น้ำปายไหลผ่านขนานพื้น ที่เป็นแนวมาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ล่วงลงไปทิศตะวันตกเฉียง ใต้ออกลำน้ำคง (ซาละวิน) เป็นชัยภูมิพื้นที่ดินเหมาะที่จะคิดตั้งขึ้นเป็น บ้าน เพราะมีพวกเงี้ยวมาตั้งกับกระท่อมทำไร่อยู่ตามไหล่เขาริมห้วย เช่นเดียวกันกับบ้านโป่งหมู เจ้าแก้วเมืองมาจึงได้เรียกราษฎรเหล่า นั้นมาประชุมชี้แจงแนะนำ และได้ให้อนุญาตอย่างที่จัดทางโป่งหมู ราษฎรยินดีพร้อมกันรับจะมาอยู่เป็นหมู่ ๆ เจ้าแก้วเมืองมาจึงตั้ง แสนโกม (บุตรเขยพะกาหม่องบ้านโป่งหมู) ให้มาเป็นผู้ปกครอง