ราษฎรตำบลนี้ แสน โคมได้ยกย้ายครอบครัวมาอยู่ตามคำสั่งเจ้าแก้ว เมืองมา ราษฎรในแถบนั้นได้ย้ายตามเข้ามาอยู่รวมกัน จึงให้นามบ้าน นี้ว่า บ้านแม่ฮ่องสอน โดยอาศัยเหตุที่เจ้าแก้วเมืองมาจับได้ช่างป่า ตั้งคอกสอนอยู่ริมน้ำห้วย และให้บ้านแม่ฮ่องสอนไปขึ้นอยู่กับระการ บ้านโป่งหมู เจ้าแก้วเมืองมาพักจัดการอยู่ที่บ้านแม่ฮ่องสอน อสมควร คล้องได้ช้างป่าพอต้องการแล้ว ก่อนกลับได้แนะนำพะการมองและแสน โกมให้พยายามชักชวนราษฎรมาปลูกบ้านสร้างเรือนอยู่ให้มาก ให้ช่วย บำรุงสุขระงับทุกข์ของราษฎร และคอยสืบสวนป้องกันเหตุโจรราย ด้วย เมื่อมีเหตุการณ์ทุกร้อนประการใด ให้มีหนังสือแต่งคนไปทูลเจ้า นครเชียงใหม่ แล้วเจ้าแก้วเมืองมากยกจากบ้านแม่ฮ่องสอนออกเดิน ทางรอนแรมไปตามระยะทางตราบเท่าถึงนครเชียงใหม่ จึงได้นำ ความทูลเจ้ามโหตรประเทศเจ้านครเชียงใหม่ แถลงเหตุการณ์ที่ได้ จัดการไปแต่ต้นจนอวสาน เจ้ามโหตรประเทศทรงปราโมทต่อผลที่ เจ้าแก้วเมืองมาได้จัดไปยิ่งนัก จึ่งได้ประทานบำเหน็จรางวัลแก่เจ้า แก้วเมืองมาและพรรคพวกที่ได้ออกไปจัดการตามสมควร
ฝ่ายพะกาหมอง ผู้ใหญ่บ้านโป่งหมูกับแสนโกม ผู้ใหญ่บ้านแม่ ฮองสอน นับแต่เจ้าแก้วเมืองมากลับไปแล้ว ได้รับคำแนะนำไว้อย่าง ไร ก็ตั้งใจอุตสาหพากเพียรเที่ยวไปเกลี้ยกล่อมชักชวนราษฎร ซึ่งอยู่ มาทาง ๆ ให้เข้ามาตั้งบ้านช่องอยู่ด้วย มีราษฎรได้ยกย้ายมาอยู่ด้วย เสมอ ส่วงกาลนานมาบ้านโป่งหมูและบ้านแม่ฮ่องสอนเกิดมีบ้านเรือน ผู้คนไร่นาหนาแน่นขึ้น พะกาหมองและแสนโกมตริตรองมีความคิดเห็น ต้องกันว่าป่าที่ริม ๆ บ้านปางหมูและบ้านแม่ฮ่องสอนอุดมไปด้วยป่าไม้ สัก ถ้าได้ตัดฟันชักลากลงน้ำห้วยล่องแม่น้ำปายปล่อยให้ไหลลอยออก แม่น้ำคง ไปขายให้พวกจะมาที่เมืองเมาะลำเลิง (มระแหม่ง) จะเป็น สินค้าดี ได้เงินมาบำรุงบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น เมื่อปรึกษา กันตกลงเช่นนี้แล้ว จึงตระเตรียมครอบครัวชักชวนพวกพ้องพากันออก