ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Official Mae Hong Son-Chiang Mai report, Feb 1929.pdf/79

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
– ๕ –


เดิรทางจากบ้านเข้าไปนครเชียงใหม่ รอนแรมไปตามระยะทางหลาย วัน ถึงนครเชียงใหม่ ได้เข้าเฝ้าเจ้ามโหตรประเทศ เจ้านครเ ทูลแถลงความคิดที่จะทำป่าไม้ และขออนุญาตให้ได้ทำสัญญาว่า เมื่อได้ ประโยชน์ในการค้าขายไม้ขอนสัก จะถวายเงินค่าคอไม้ทุกปีมิให้ขายได้ เจ้ามโหตรประเทศทรงเห็นชอบด้วย จึงอนุญาตให้พะการมองและแสน โกมกับพวกทำป่าไม้ขอนสักส่งไปขายทางเขตแดนจะมาได้ตามความ กิน จะการมองและแสนโถมมีความยินดีมาก จึงทูลลากลับแม่ฮ่องสอน ลงมือตระเตรียมและคิดจัดทำป่าไม้ขายได้เงินเป็นอันมาก ได้นำเงิน ถ้าขายไม้ (ค่าตอ) เข้าไปถวายเจ้ามโหตรประเทศทุกปี จนเจ้ามโหดร ประเทศถึงพิราลัย พ.ศ. ๒๓๕๗ (ร.ศ. ๒๒ จุลศักราช ๑๒๑๖) ครั้น พ.ศ. ๒๕๕๕ (ร.ศ. ๒๕ จุลศักราช ๑๒๑๔) เจ้ากาวิละ (พระยาเมือง แถว) เปนเจ้านครเชียงใหม่แทน ทรงนามว่าเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ พะกาหมองและแสน โกม ก็คงทำป่าไม้และส่งเงินค่าตอไม้ไปถวายเสมอ อยู่จำเนียรกาลนาน พะกาหมองและแสน โกมบริบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติมั่ง มีศรีสุขขึ้นเป็นอันมาก จึงได้ปลูกสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัยและวัดว่า อารามมั่นคงเป็นหลักฐานขึ้นหลายแห่ง ทั้งชักจูงราษฎรให้เข้ามาอยู่ เพิ่มเติมและบุกเบิกไร่นาขึ้นเป็นอันมาก

ณสมัยนั้นบรรดาหัวเมืองเงี้ยวเกิดการจลาจลมีศึกมาติดเมือง ต้องรบราฆ่าฟันกัน ราษฎรพลเมืองในเมืองเหล่านั้นพากันเดือด แตกตื่นอพยพครอบครัวเล็ดลอดเข้ามาอาศัยอยู่ที่บ้านแม่ฮ่องสอนและปาง หมูเป็นอันมาก บางพวกแยกย้ายไปอยู่ตามทำเลในที่ต่าง ๆ อันอยู่ใน เขตสองบ้านนี้ ในพวกที่อพยพมาคราวนั้น มีเลี้ยวผู้หนึ่งชื่อช เป็นชาวเมืองตามว่าได้หนีเข้ามาด้วย ชานกะเลได้มาเป็นลูกจ้างเข้า รับทำการใช้สอย อยู่กับพะกาหมองผู้ใหญ่บ้านปางหมู ชานกะเลตั้ง หน้าทำการ โดยซื่อสัตย์สุจริตและมีความอุตสาหพากเพียรแข็งแรง ตะกา หมองมีความรักใคร่ไว้เนื้อเชื่อใจยิ่งกว่าลูกจ้างทั้งหลาย จึงออกทุน