เป็นชาย ๒ หญิง ชายชื่อขุนสุข ขุนของ หญิงชื่อนางหอม ส่วนของ ถ้าเพิ่งได้นางยุเปนภรรยา มีบุตร์ผู้หนึ่งเปนชายชื่อขุนส่างเมือง (ท้าว สนิท)
เจ้าฟ้าโกหล่านเมืองปาย.
ฝ่ายขุนหลวงบุตรเจ้าฟ้า โกหลาน ซึ่งไปเป็นสามีเจ้าอุบล- วรรณาอยู่ที่นครเชียงใหม่ ไม่รู้สะบายคิดถึงบิดาและญาติพี่น้อง จึงได้ทู ลาเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ขอลากลับไปเยี่ยมบิดาและญาติที่แม่ฮ่องสอน ชั่วคราว ได้รับอนุญาตจากเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ และสั่งเสียภรรยา เสร็จแล้ว ก็ตระเตรียมสะเบียงพาหนะออกจากนครเชียงใหม่ไปแม่ ของสอน อาศัยอยู่กับเจ้าฟ้าโกหลานผู้บิดาไม่นานเท่าใด ก็มีเหตุเกิด ขึ้น คือ ลูกศิริ ผู้รักษาเมืองปายกับเจ้าฟ้าโกหลานมีสาเหตุไม่ชอบขอ กัน ลูกศิริจึงเข้าไปนครเชียงใหม่นำความทูลเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ว่าเจ้าฟ้าโกหลานคบคิดกับขุนหลวงบุตร และซานทะเลเป็นขบถจะยกเขา ไปตีนครเชียงใหม่ ได้ตระเตรียมซ่องสุมผู้คนไว้มากมาย ได้ของเมื่อ ใดจะยกมาเมื่อนั้น เจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ ทรงทราบและกริ้วโกรธ มาก เห็นว่าเจ้าฟ้าโกหลานกับขุนหลวงปราศจากความกตัญญูอีกมล ทุจจริตมิได้มีความเคารพเกรงกลัว จึงได้สั่งให้ตระเตรียมกองทัพมี จำนวนพลราว ๒๐๐๐ คน แล้วเสด็จกรีฑาพออกจากนครเชียงใหม่ เพื่อมากำจัดเหล่าร้าย เมื่อกองทัพไปถึงแม่ฮ่องสอน เจ้าฟ้าโกหลาน กับขุนหลวงและครอบครัวพากันอพยพหลบหนีข้ามแม่น้ำคง (ซาละวิน) ไปเมืองนอกใหม่ ส่วนชานกะเลและลุงขุนโท ไปคำหยี่ ของกาเพิ่ง เมื่อได้ทราบว่ากองทัพเจ้ากาวิโลรส ๆ มาถึงแม่ฮ่องสอน จึงได้พากัน รีบมารับกองทัพ และเข้าเฝ้าเจ้ากาวิโลรส ฯ เจ้ากาวิโลรส ฯ ทรง ขัดเคืองมากอยู่ จึงสั่งให้ถูกตัวซานกะเลกับพวกไว้มีกระทู้ให้ไต่สวน ชานกะเลกับพวกปฏิเสธ ไม่รับว่าได้รู้เห็นเป็นใจกับเจ้าฟ้าโกหล่าน ในชั้นไต่สวนไม่มีหลักฐานเพียงแค่สงสัย จึงรับสั่งให้สูงขึ้นโท โป่คำ หยี่ ของก่าเชิง กลับไปดูแลบ้านขุนบวมอยู่ตามเดิม ส่วนชานกะเล