เจ้านครเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖ (ร.ศ. ๙๒ จุลศักราช ๑๒๓๕)
ภายหลังได้เลื่อนเป็นพระเจ้าอินทวิชยานนท์
เมื่อพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่ได้ครองนครเชียง ใหม่แล้ว ต่อมา พ.ศ. ๒๕๑๙) (ร.ศ. ๑๓ จุลศักราช ๑๒๓๖) ทรงดำริว่า บ้านแม่ฮ่องสอนตั้งอยู่ใกล้ชิดติดต่อแดนจะมา มีบ้านเรือนผู้คนเป็นอันมาก สมควรจะยกขึ้นเป็นเมือง มีพอเมืองกรมการปกครองดูแลรักษาด้านทาง ให้กวดขันแข็งแรงยิ่งขึ้น ทรงพระการฉะนี้แล้ว จึงรับสั่งให้หาตัวชาน กะเลเข้าไปเชียงใหม่ ชานกะเลได้ทราบรับสิ่งก็รีบออกจากขุนยวมไป เชียงใหม่เข้าเฝ้าพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้านครเชียงใหม่ จึงทรงตั้ง ชานกะเลให้มีบรรดาศักดิ์เป็นพญาสิงหนารถราชา และรับสั่งว่าที่บ้าน แม่ฮ่องสอนมีราษฎรทั้งภูมิลำเนาเป็นหลักฐานหนาแน่น ควรยกขึ้นในฐาน เป็นเมือง และพญาสิงหนารถราชาเป็นพ่อเมือง แล้วพระราชทานเครื่อง ยกตามสมควรแก่ตำแหน่ง พญาสิงหนารถราชาได้ทูลลากลับขุนยวมรวบ รวมครอบครัวแล้วหาลุงขุนโท โปกหยี่ จองกาเพิ่ง ขึ้นไปถึงเมืองแม่ ฮ่องสอน พญาสิงหนารถราชาได้จัดการทำนุบำรุงบ้านเมืองสร้างวัดวา อารามและจัดการบุกเบิกแผ้วถางโกนสร้างที่นาขึ้นเป็นอันมาก บ้านเมือง ดำเนินขึ้นสู่ความเจริญเรียบร้อย ทั้งโจรผู้ร้ายก็สงบราบคาบ ราษฎร อยู่เย็นเป็นสุขทั่วกัน พญาสิงหน้ารถราชารักษาการบ้านเมืองได้ประมาณ ๑๐ ปี
ลู พ.ศ. ๒๕๒๗ (ร.ศ. ๑๐๓ จุลศักราช ๑๒๔๖) พญาสิงห นารถราชา (ชานกะเล) ป่วยถึงแก่กรรมลง พระเจ้าอินทวิชยานนท์ ทรงทราบ จึงทรงตั้งนางเมียะภรรยาพญาสิงหนารถราชาเป็นผู้ปกครอง เมืองแม่ฮ่องสอน และตั้งลุงขุนโทเป็นพญาชนที่เสมาราชานุรักษ์มีตำแหน่ง เป็นที่ปรึกษา เมื่อนางเมียะได้รับตำแหน่งเป็นผู้ครองเมืองแม่ฮ่องสอน ไม่นานเท่าใด ขุนน้อยจิ๋วหลานเจ้าฟ้าโกหลานเมืองมอกใหม่ ได้หนี จากเมืองมอกใหม่เข้ามาอยู่อาศัย สาเหตุที่ขุนน้อยจิ๋วหนีเข้ามาเพราะ