ต้องหาว่าก่อการจลาจลที่เมืองมองใหม่ เมืองยางแดง นางเมียะเห็นว่า
เป็นญาติกันจึงรับตัวไว้ แล้วมีหนังสือทูลไปยังพระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้า
นครเชียงใหม่ ๆ ได้ทราบเหตุจึงนำความกราบทูล พระเจ้าน้องยาเธอ
พระองค์เจ้า โสณบัณฑิตย์ (กรมขุนพิทยลาภพฤฒิธาดา) ซึ่งเวลานั้นทรงจัด
ราชการมณฑลลาวเฉียง ประทับอยู่ที่นครเชียงใหม่ พระองค์เจ้า โสณ
บัณฑิตย์ทรงทราบ จึงมีรับสั่งให้พระเจ้าอินทวิชยานนท์สั่งให้นางเมีย
ส่งตัวซุนน้อยจิ๋วเข้าไปเชียงใหม่ นางเมียะส่งตัวขุนน้อยนิ้วมาถึงเชียง
ใหม่แล้ว มีรับสั่งสอบสวนได้ความจริงจึงให้เอาตัวซุนน้อยจิ๋วจำไว้ปีหนึ่ง
ต่อมาขุนน้อยจิ๋วขอถวายสัตย์ยอมเป็นขาใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท จักปฏิบัติ
ราชการ โดยชื่อตรงจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงโปรด
เกล้า ฯ ปล่อยจากเวรจำ และทรงตั้งให้มีบรรดาศักดิ์เป็น พญาอาณา
จักรเขตาภิบาล มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยราชการเมืองแม่ฮ่องสอน เมื่อวัน
ที่ ๒๓ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๓ (ร.ศ. ๑๐๕ จุลศักราช ๑๒๕๒) พญา
อาณาจักร ได้กราบทูลลาออกไปรับราชการที่เมืองแม่ฮ่องสอนตามหน้าที่
ในคราวนั้นประเทศอังกฤษยกกองทัพมาปราบปรามจลาจลที่จัง หัวอกันทรวดี (ยางแดง) อันมีอาณาเขตติดต่อกับเมืองแม่ฮ่องสอน พระองค์เจ้าโสณบัณฑิตย์ โปรดเกล้า ฯ ให้จมื่นไชยาภรณ์ (ภายหลังได้ รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นพระยาพิชิตชาญไชย) พร้อมด้วยเจ้านาย พญา หาว แสน คุมพลกำลังออกไปตั้งขัดตาทัพป้องกันรักษาความสงบ เรียบร้อยอยู่ชายแดนที่เมืองแม่ฮ่องสอน เมื่อกองทัพอังกฤษที่ได้จังหวัด กันทรวดี ปราบปรามราบคาบยกกลับไปแล้ว หมื่นไชยาภรณ์จึงนำกอง ทัพฝ่ายสยามกลับนครเชียงใหม่
พระเจ้าอินทวิชยานนท์ เจ้านครเชียงใหม่ได้ทูลเสนอความชอบ ไปคำหยี่ ของกาเข่ง ว่าไปทำหยี่ จองว่าเพิ่งทั้งสองนายเป็นคนเก่าแก่ ได้เป็นกำลังช่วยราชการเมืองแม่ฮ่องสอนมา โดยความซื่อตรงจงรักภักดี สมควรจะให้มีบรรดาศักดิ์ เพื่อจะได้มีน้ำใจรับราชการรักษาเขตแคบ