ที่พักแถวกิ่วคอหมานี้ เปนที่สูงเด่นอยู่ ปกติมักขึ้นชื่อเปนที่หนาว จัด แต่วันนั้นความหนาวกลับลดน้อยยิ่งกว่าวันก่อน.
เดิรทางวันนี้ ไม่พบหมู่บ้านเลย.
วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ทางเดิรเปนเขาอย่างวันก่อน แต่ลงต่ำ ลงไปเรื่อย ตั้งแต่บวกหัวช้างระดับ ๑๒๖๐ เม็ตร์ อันเปนที่พักร้อนลงไป จนถึงตีนดอยปะตาระดับ ๕๙๐ อันเปนที่พักแรม.
ตั้งแต่ยอดดอยปะตาต่ำลงมา ภาพป่าเปลี่ยนไป คือไม้สูงที่ชุ่ม ชื้นหายไป กลายเปนป่าไม้พลวง ซึ่งทางนี้เรียกว่าไม้ตึง แต่ชะนิดเดีย ทั่วไป ทั้งฤดูก็ทิ้งใบโกร๋นหมดไม่งามเลย ในย่านเดิรทางวันนี้ ไม่พบ บ้านคนเลยเหมือนเช่นวันก่อน.
ที่พักเชิงคอยปะตานี้ พบกระบืออยู่ในป่า ได้ความว่า ชาวบ้าน แถบนี้ไม่มีคอกเลี้ยงกระบือ เมื่อสิ้นหน้ามาแล้ว ก็ปล่อยเข้าป่าให้เลี้ยง ตัวเอง ถึงฤดูทำนาเมื่อไร เจ้าของจึ่งมาตามไป ถ้าที่ใดมีเสือชุม กระบือมักจัดการป้องกันตน โดยอยู่ด้วยกันเปนกลุ่ม เอากระบือเล็กไว้ ในกลางกลุ่ม กระบือที่เห็น ณ ที่พักแรมนี้ เปนกระบือของราษฎรบ้านทุ่ง ยาว ซึ่งอยู่ริมน้ำปายในทางที่จะไปต่อไป ระยะทางประมาณ 4 กิโล เม็ตร์.
ได้สนทนากับราษฎรชาวบ้านทุ่งยาว ซึ่งมาทำพลับพลาที่พักที เชิงดอยปะตา ได้ความว่า หมู่บ้านทุ่งยาวนี้ มีพลเมืองประมาณ ๒,๐๐๐ คน และมีราษฎรอพยพมาเพิ่มขึ้นอยู่เสมอ โดยมากเปนคน เมืองมาจากอำเภอสะเมิง ขุนอาทรทุ่งยาว กำนันเปนคนเชียงใหม่ มาอยู่ได้ ๒๐ ปีแล้ว การอาชีพของราษฎร ทำนาและยาสูบ ได้ผล พอบริโภคเอง เหลือได้ขายบ้างเล็กน้อย การขายนั้น คือส่งเข้าไป ขายแก่พวกราษฎรที่ทำป่าเมี่ยงในป่า และส่งไปขายเมืองปายด้วย นอก จากนี้ มีรายได้ด้วยศารรับจ้างหาบหาม คนมีเงินอย่างอย่างเปนคนร่ำ รวยมีมาตรฐานจำนวนราว ๒,๐๐๐ รูเปีย เว้นแต่กะเหรี่ยงคนหนึ่ง ชื่อ กาเมลา ทำป่าไม้ ตั้งบ้านอยู่ที่ทุ่งยาว เปนคนมีเงินมาก เพราะทำการ