ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Phak Isan 1929.djvu/15

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร
๑๑

หนีออกจากเมืองทุ่งหนีโฉมหน้ามาข้างทิศเหนือ ครั้นมาถึงริมทุ่งตะหมูม[1] ซึ่งเรียกว่าบ้านดงเมืองจอกทุกวันนี้ ก็พาไพร่พลของตนตั้งนิวาสสถานบ้านเรือนอาศัยทำมาหากินอยู่นั่น เมื่อท้าวทนยกหนีจากเมืองทุ่งไปแล้ว ท้าวเชียง ท้าวสูนพาสมัครพรรคพวกบ่าวไพร่ของตนเข้ามาตั้งอยู่ณเมืองทุ่ง ท้าวเชียงเป็นเจ้าเมือง ท้าวสูนเป็นอุปฮาด แต่แม่ทัพกรุงเทพมหานครนั้น พากันกลับลงไปเฝ้าใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวณกรุงเทพมหานคร กราบบังคมทูลเหตุการณ์เรื่องเมืองทุ่งให้ทรงทราบใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทแล้ว พระเจ้าอยู่หัว ทรงพระพิโรธแก่แม่ทัพนายกองว่าไม่ติดตามหาตัวท้าวทนอุปฮาด มาปรานีประนอมว่ากล่าวให้ดีกัน และว่าไม่เข้าไปจัดแจงบ้านเมืองให้สมควรแก่หน้าที่ซึ่งเป็นแม่ทัพนายกอง แล้วจึงโปรดเกล้า ฯ ให้พระยาพรหม พระยากรมท่ายกกองทัพขึ้นมาติดตามซอกค้นหาท้าวทนอุปฮาด ครั้นพระยาพรหม พระยากรมท่ายกทัพขึ้นมาถึงเมืองทุ่ง ทราบความว่าท้าวทนอุปฮาดหนีไปตั้งบ้านเรือนอยู่ริมทุ่งกระหมุม ระยะทางประมาณ ๘๐๐ เส้น พระยาพรหม พระยากรมท่า จึงพร้อมด้วยเจ้าราชวงศ์เวียงจันทน์ เจ้าธรรมสุนทร เจ้าหมื่นน้อยเมืองนครจำปาศักดิ์หาตัวท้าวทน ท้าวเชียง ท้าวสูน มาว่ากล่าวปรานีประนอมให้ดีกันแล้ว ตั้งให้ท้าวทนเป็นเจ้าเมือง แยกออกจากเมืองทุ่ง มาตั้งดงกลุ่ม ซึ่งเป็นเมืองร้างอยู่แต่ก่อนเป็นเมือง ซึ่งเรียกว่า เมือง

  1. ทุ่งตะหมูม บางแห่งก็เรียกว่าทุ่งกระหมุมหรือขมุม แท้จริงก็เป็นทุ่งเดียวกัน.