ครั้นถึงจุลศักราช ๑๑๕๐ ได้ทราบข่าวว่าเมืองแพนบ้านชี-โหล่น แขวงเมืองสุวรรณภูมิพาราษฎรไพร่พลประมาณ ๓๓๐ คนแยกจากเมืองสุวรรณภูมิ ไปขอตั้งฝั่งบึงบอนเป็นเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เมืองแพนเป็นพระนครศรีบริรักษ์ ผู้ว่าราชการเมืองขอนแก่น
ครั้นระหว่างจุลศักราช ๑๑๖๕ ปีชวดเบ็ญจศก ได้ทราบข่าวว่าเพี้ยศรีปากนา เพี้ยเหล็กสะท้อน เพี้ยไกรสรเสนา แยกจากเมืองสุวรรณภูมิไปกราบทูลขอเป็นเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เพี้ยศรีปากนาเป็นพระเสนาสงคราม ผู้ว่าราชการเมืองพุทไธสงฆ์เก่าเป็นเมืองพุทไธสงฆ์ ขึ้นแก่เมืองนครราชสีมา มีไพร่พลสมัครไปด้วย ๒๒๐ คน
ครั้นต่อมาถึงจุลศักราช ๑๑๘๗ ปีระกา ทราบข่าวว่าเจ้าอนุเวียงจันทน์เกิดเป็นกบฏ ยกกองทัพล่วงเลยลงไปทำสงครามแก่กรุงเทพมหานคร ในระหว่างต้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าอนุเดิรกองทัพลงไปทางเมืองนครราชสีมา เจ้าอุปฮาดเวียงจันทน์เดิรกองทัพมาทางเมืองกาฬสินธุ์ เมืองร้อยเอ็ด ตรวจต้อนอุปยกครอบครัวเมืองลาว เมืองเขมร ขึ้นไปกรุงเวียงจันทน์ ครั้นมาถึงเมืองกาฬสินธุ์ เจ้าอุปฮาดจับเอาตัวอุปฮาดผู้ว่าราชการเมืองกาฬสินธุ์ไปสำเร็จโทษเสียแล้ว ยกกองทัพมาตั้งอยู่ทุ่งนาข้างเหนือริมเมืองร้อยเอ็ด เวลานั้นพระยาขัติย-วงษาป่วยเท้าเดิรไม่ใคร่สะดวก และมีความกลัวอาชญาเจ้าอุปฮาด