ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Phak Isan 1929.djvu/6

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร

จรมาหาที่พึ่ง เมื่อท่านพระครูฟังสามเณรน้อยพูดเช่นนั้น ก็ล่วงรู้ปัญญา จึงให้สามเณรน้อยขึ้นมาบนกุฏิ ฉันจังหัน[1]แล้ว จึงบอกให้สามเณรเล่าภาษาบาลีตั้งแต่ นโม จนสิ้นปาติโมกข์ และให้เล่าต่อไปจนสุดสนธิ์มูล ก็ถูกต้องบริบูรณ์ดี จึงม้าง[2]พระไตรปิฎกอยู่ในตู้หอไตรมาให้สามเณรดู ก็รู้ตลอดทุกคัมภีร์ และให้พระสงฆ์แก้สายสนองพระไตรปิฎกทุกคัมภีร์ ทลายไว้ตามลานวัด ให้สามเณรน้อยเก็บรวมเป็นผูกเป็นมัด ก็เก็บได้โดยคล่องแคล่วรวดเร็ว เป็นที่น่าพิศวงยิ่งนัก ความเลื่องลือถึงพระเจ้าเวียงจันทน์ ๆ มีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา นำเอาผ้าไตรมาถวาย ยกสามเณรขึ้นเป็นซาจั่ว[3] แต่บัดนั้นมาความก็ลือชาไปทั่วเขตต์กรุงเวียงจันทน์ พออายุครบ ๒๑ ปี พระเจ้าเวียงจันทน์นิมนต์ซาจั่ว

  1. ฉันจังหัน คือฉันเช้า เวลาเพล เรียกว่า ฉันเพล ไม่เรียกว่า ฉันจังหัน.
  2. ม้าง คือรื้อ เช่นม้างเฮือน คือรื้อเรือน.
  3. ซาจั่ว จั่ว คือสามเณร เจ้าหัว คือพระภิกษุ ส่วน ซา นั้น เป็นลำดับสมณศักดิ์ ซึ่งได้เล่าเรียนพระปริยัติธรรมจบเป็นชั้น ๆ คือเรียนจบชั้นต้นแล้ว ก็ได้รับสถาปนาขึ้นเป็นสำเร็จหรือสมเด็จ เมื่อต่อมาได้พยายามเล่าเรียนจนมีความรู้สูงขึ้นไปอีก ก็มีโอกาสได้เลื่อนขึ้นเป็นซา ถ้าได้อุตสาหะเล่าเรียนจนมีความรู้ยวดยิ่งขึ้นไปอีก ก็มีโอกาสที่จะได้เป็นยาคู ลำดับสมณศักดิ์เหล่านี้ ถ้าสามเณรได้รับสถาปนาขึ้น สมณศักดิ์ต้องอยู่หน้าชื่อ เช่นสำเร็จจั่ว ก. ซาจั่ว ข. ถ้าภิกษุได้รับสถาปนาขึ้น สมณศักดิ์นั้นไม่ได้อยู่ข้างหน้า เช่นเรียก เจ้าหัวสมเด็จคำ เจ้าหัวซาทอง ยาคูหนู.