ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Phak Isan 1929.djvu/7

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ยังไม่ได้พิสูจน์อักษร

ให้อุปสมบทเป็นภิกษุ ซาจั่วจึงพูดว่า ถ้าจะบวชข้าพเจ้าแล้วให้อาราธนาพระสงฆ์มานั่งหัตถบาสให้ครบ ๕๐๐ รูป พระเจ้าเวียงจันทน์จึงสั่งแสนท้าวพระยาลาวให้คาดเรือติดกันหลายลำเป็นโบสถ์น้ำ แห่สามเณรลงไปบวช ครั้นสูด[1]กรรมวาจาจบ โบสถ์น้ำก็จมลง ภิกษุทั้งหลายกับภิกษุบวชใหม่ก็ต่างคนต่างว่ายน้ำขึ้นถึงฝั่ง สังฆา[2]จีวรภิกษุทั้งหลายก็เปียกหมด แต่ภิกษุบวชใหม่หาเปียกไม่ พระเจ้าเวียงจันทน์ยิ่งมีความปีติยินดีเป็นอันมาก ครั้นครบพรรษาหนึ่ง พระเจ้าเวียงจันทน์ จึงพร้อมพระครูทั้งหลายฮด[3]


  1. สูด คือ สวด.
  2. สังฆา คือ สังฆาฏิ นั่นเอง.
  3. ฮด คือ การตั้งโดยการทำพิธีรดน้ำ ในการที่จะตั้งขึ้นเป็นที่สำเร็จก็ดี หรือสำเร็จเลื่อนขึ้นเป็นซา และซาเลื่อนขึ้นเป็นยาคูก็ดี ต้องมีฮดทุกครั้งไป การทำพิธีฮดนี้ มีหลักสำคัญที่ควรจะกล่าวไว้อย่างสังเขปคือ มักประชุมทำกันในโบสถ์หรือศาลา ทางฝ่ายสงฆ์ต้องมีพระมหาเถรเป็นประธานพร้อมด้วยเถรานุเถร ทางฝ่ายบ้านเมืองก็มีท่านที่มีบรรดาศักดิ์สูง ซึ่งจะเชื้อเชิญได้ในที่นั้นเป็นประธาน เมื่อทำพิธีสงฆ์เสร็จได้ศุภฤกษ์ ท่านมหาเถรณที่นั้นก็ยื่นไม้เท้าให้ผู้ที่จะได้รับฮดนั้นจับ ครั้นแล้วท่านก็จูงไปยังที่สรง ซึ่งปลูกและประดับประดาไว้อย่างงดงาม ให้ไปนั่งอยู่บนก้อนศิลาซึ่งรองด้วยใบยอและใบคูน (การที่ใช้ใบยอและใบคูนรองนั้น ได้ความจากผู้เถ้าผู้แก่ทางโน้นบางคนอธิบายให้ฟังว่า ใบยอนั้น หมายความว่า ยกย่องขึ้น เช่นยอเสา คือยกเสา ส่วนใบคูนนั้น หมายความว่า ให้มีความเจริญในพระพุทธศาสนา เช่นคำว่า ค้ำคูน คือความเจริญรุ่งเรือง) มีรางน้ำมนตร์เป็นรูปพระยานาคชุดและแกะด้วยไม้ลงรักปิดทอง ในรางนั้นมีเครื่องนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์อยู่พร้อมน้ำมนตร์