ภิกษุบวชใหม่ให้นามว่า พระครูโพนเสม็ด[1]บ้าง บางคนก็เรียกว่าพระครูสีดาตามนามเดิม ท่านพระครูรักษาศีลบริสุทธิ์ ไม่ช้านานเท่าใด ก็ได้อภิญญาณ ๕ อัฏฐสมาบัติ ๘ ประการ สำเร็จไปด้วยฌาน จะว่าสิ่งใดก็แม่นยำโดยบารมีธรรมโปรดสำเร็จดังมโนนึกความปรารถนา น้ำมูตรและอาจมก็หอม พระเจ้าเวียงจันทน์จัดให้มีโยมอุปฐากรักษา ท่านพระครูเอานายแก้ว นายหวด มาเลี้ยงไว้ นายแก้ว นายหวด เรียนศิลปวิชชาความรู้มากฉลาดเฉลียว ครั้นอายุครบ ๒๑ ปี ก็บวชเป็นภิกษุให้ทั้ง ๒ คน
ครั้นอยู่มาพระเจ้าเวียงจันทน์มีพระโอรสองค์หนึ่ง เรียกว่าเจ้าองค์หล่อ อายุได้ ๓ ปี พระมเหสีมีครรภ์อยู่อีกได้ ๖ เดือน จุลศักราช ๑๐๕๑ ปี พระเจ้าเวียงจันทน์ถึงแก่พิราลัย พระยา
- ↑ พระครูโพนเสม็ด เดิมชื่อสีดา เมื่อได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นคู (ครู) หรือยาคูแล้ว ก็เรียกว่า พระครูสีดา แต่เมื่อท่านอยู่ณวัดโพนเสม็ด แทนที่จะเรียกออกนามเดิม จึงใช้เรียกกันว่า พระครูโพนเสม็ด ในที่บางแห่งเรียกท่านว่า เจ้าหัวคูขี้หอม ก็เนื่องมาจากที่ว่าน้ำมูตรและอาจมก็หอมนั้นแล.
ที่ฮดสำหรับสรงนี้ออกจากปากพระยานาค ซึ่งมีผ้าขาวกรอง เมื่อผู้รับฮดสรงเสร็จแล้ว ก็ครองผ้ามานั่งฟังฆราวาสผู้หนึ่ง ซึ่งสมมุติเป็นบัณฑิตอ่านประกาศตั้งเสร็จแล้ว รับประเคนเครื่องอัฏฐบริกขารอย่างพระบวชใหม่ พร้อมทั้งหลาบเงิน หลาบคำ (หลาบเงิน คือแผ่นเงินกว้างไม่ต่ำกว่า ๔ เซ็นติเมตร ชั้นสำเร็จได้ยาวเพียงปิดจดหางตาทั้ง ๒ ข้าง ชั้นซาได้ยาวเพียงจดหูทั้ง ๒ ข้าง ชั้นยาคูได้ยาวรอบศีร์ษะ มีหลักที่ท่องจำกันอย่างสั้น ๆ ว่า สำเร็จแค่ตา ซาแค่หู ยาคูฮอบกะด้นหรือฮอบง่อน) เป็นเสร็จการ.