ข้ามไปเนื้อหา

หน้า:Phongsawadan Phra Ratcha Hatthalekha 2455 (3).djvu/110

จาก วิกิซอร์ซ
หน้านี้ได้พิสูจน์อักษรแล้ว
๖๗

กำแพงเพ็ชร แล้วยกไปถึงบ้านรแหงแขวงเมืองตาก เสด็จประทับแรมณพระตำหนักสวนมะม่วง ดำรัศให้เจ้าพระยาจักรีเปนแม่กองทัพน่าถือพลทัพในกรุงแลหัวเมืองยกขึ้นไปตั้งอยู่ณเมืองเถิน แล้วให้ทัพเมืองเหนือทั้งสิบเมืองยกไปเข้ากองเจ้าพระยาจักรีกองน่าไปตีเมืองเชียงใหม่.

ฝ่ายข้างกรุงรัตนบุรอังวะ พระเจ้ามังระทราบว่า กรุงไทยพระยาตากตั้งตัวขึ้นเปนเจ้าแผ่นดิน สร้างเมืองบางกอกขึ้นใหม่เปนราชธานีใหญ่แทนกรุงศรีอยุทธยาซึ่งพินาศฉิบหายนั้น กลับตั้งตัวต่อรบ จึงทรงพระดำริห์ว่า จะละไว้ช้ามิได้ ไทยจะมีกำลังกำเริบมากขึ้น จำจะแต่งกองทัพใหญ่ให้ไปตีปราบปรามเสียให้สิ้นเสี้ยนหนามราบคาบ อย่าให้แผ่นดินไทยตั้งตัวเปนปึกแผ่นแน่นหนาขึ้นได้สืบไปอิกในภายน่า จึงให้แพกิจจาคุมพลพม่าห้าร้อยถือหนังสือรับสั่งลงมาถึงปกันหวุ่นเจ้าเมืองเมาะตมะให้เกณฑ์พลรามัญเมืองเมาะตมะสามพันเข้ากองแพกิจจาเปนนายทัพยกไปทำทางแลตั้งค่ายปลูกยุ้งฉางที่ตำบลสามสบ ท่าดินแดง จัดแจงขนเสบียงอาหารผ่อนไปไว้ก่อน แล้วภายหลังจึงจะให้กองทัพใหญ่ยกไปตีเอาเมืองบางกอกซึ่งตั้งขึ้นใหม่นั้นจงได้ แลปกันหวุ่นก็เกณฑ์พลรามัญเมืองเมาะตมะแลเมืองขึ้นสามสิบสองหัวเมืองเปนคนสามพัน ให้พระยาเจ่ง พระยาอู่ ตละเสี้ยง ตละเกล็บ คุมมากองแพกิจจานายทัพ แพกิจจาก็ยกทัพมาณสามสบ ท่าดินแดง จัดแจงการทั้งปวงตามรับสั่งพระเจ้าอังวะ ฝ่ายปกันหวุ่นเจ้าเมืองเมาะตมะให้เร่งรัดเก็บเอาทองเงินแก่ครอบครัวสมิงรามัญ แลไพร่พลเมืองทั้งปวงได้ความยากแค้น บ้างหลบหนีมาบอกกันยังกองทัพ แลนายทัพนายกองรามัญทั้งปวงก็โกรธว่าพม่าข่มเหงเบียดเบียดครอบครัวข้าง