พระยาทั้งสองว่า จะว่าพี่ดีฤๅน้องดีไฉนในครั้งนี้ ครั้นค่ำเพลายามเศษ โปสุพลาแลโปมยุง่วนเจ้าเมืองเชียงใหม่ก็พาครัวหนีออกจากเมืองทางประตูช้างเผือกด้านค่ายเจ้าพระยาสวรรคโลกซึ่งตั้งล้อมยังไม่ตระหลอด เบียดเสียดเยียดยัดกันตายที่ประตูเมืองประมาณสองร้อยเศษ พวกพลทัพไทยออกไล่ตามจับพม่า แลชิงเอาครัวลาวได้เปนอันมาก ครั้นรุ่งขึ้นณวัน ๑ ๑๔ ฯ ๒ ค่ำ เพลาเช้าจึงสมเด็จพระพุทธเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงช้างพระที่นั่งไปทอดพระเนตรค่ายซึ่งล้อมเมืองเชียงใหม่ แลท้าวพระยานายทัพนายกองทั้งปวงมาเฝ้ากราบถวายบังคมพร้อมกัน จึงมีพระราชดำรัศถามว่า พม่ายกทัพหนีไปครั้งนี้ด้วยอุบายความคิดแลฝีมือของผู้ใด เจ้าพระยาจักรีแลท้าวพระยานายทัพนายกองทั้งปวงพร้อมกันกราบทูลว่า ซึ่งพม่าแตกหนีไปครั้งนี้ด้วยพระราชกฤษฎาเดชานุภาพเปนแท้ เพราะเหตุพระสงฆ์ในเมืองออกมาบอกข้าพระพุทธเจ้าทั้งปวงว่า ณวัน ๖ ๑๒ ฯ ๒ ค่ำ กลางคืนเพลายามเศษ บังเกิดอัศจรรย์ในเมืองเชียงใหม่ แผ่นดินไหว พอรุ่งขึ้นทัพหลวงก็เสด็จมาถึงเมือง จึงทรงพระกรุณาโปรดพระราชทานฉลองพระองค์เข้มขาบกับผ้าส่านแก่เจ้าพระยาจักรี เจ้าพระยาสุรสีห์ ทั้งสอง เปนรางวัลเสมอกัน แล้วให้ปฤกษาโทษเจ้าพระยาสวรรคโลกซึ่งมิได้ปลงใจในราชการสงคราม ตั้งค่ายไม่ตระหลอดด้าน ไว้หนทางให้พม่าหนีไปได้ ให้ลงพระราชอาชญาเฆี่ยน ๕๐ ทีแล้วจำครบไว้ แลเมื่อสำเร็จราชการศึกได้เมืองเชียงใหม่ครั้งนั้น ได้ปืนใหญ่น้อยสองพันร้อยสิบบอก ฆ้องสามสิบสองคู่ ม้าสองร้อยม้า ไทยมอญห้าร้อยครัว ไทยชาวเมืองสวรรคโลกห้าร้อยเศษ จึงดำรัศว่า
หน้า:Phongsawadan Phra Ratcha Hatthalekha 2455 (3).djvu/117
หน้าตา