ออกไปต้องพม่าล้มตายป่วยลำบากเปนอันมาก พลพม่ารวนเรลงมาถึงค่ายเจ้าหมื่นศรีสรรักษ์ แล้วถอยกลับเข้าค่าย ครั้นเพลาสามยามเศษ พม่ายกออกเราะค่ายพระยานครสวรรค์จนรุ่ง พลทหารในค่ายยิงปืนใหญ่น้ยออกไปต้องพลพม่าตายแลลำบากก็มาก ครั้นเพลาเช้าณวัน ๔ ๖ฯ ๔ ค่ำ จึ่งเสด็จดำเนินพยุหทัพขึ้นไปช่วย ดำรัศให้กองอาจารย์แลฝีพายทนายเลือกเข้ารบ ถ้าเห็นหนักที่ไหนให้เข้าช่วยที่นั้น ครั้นเพลาสองโมง พม่าถอยกลับเข้าค่าย ทรงเห็นว่าข้าศึกถอยแล้ว ก็เสด็จกลับมาณพลับพลาค่ายโคกกระต่าย ในวันนั้นเกิดพยุใหญ่ มหาเมฆตั้งขึ้นทั้งสี่ทิศ มืดไปทั้งอากาศ จึงทรงตั้งพระสัตยาธิฐาน ก็บันดาลให้เมฆเกลื่อนไปไม่ตกที่ค่ายพม่า ไปตกเสียที่อื่น.
๏ครั้นณวัน ๖ ๘ฯ ๔ ค่ำ จึงงุยอคุงหวุ่นนายทัพค่ายบ้านนางแก้วให้พม่าตัวนายเจ็ดคนออกมาเจรจาความเมืองด้วยพระเจ้าหลานเธอรามลักษณ์แลเจ้าพระยาจักรีว่า ถ้าท่านแม่ทัพกรุณาช่วยทูลขอชีวิตรไว้ได้ นายทัพนายกองทั้งปวงก็จะชวนกันออกมาถวายบังคมทั้งสิ้นด้วยกัน พระเจ้าหลานเธอแลเจ้าพระยาจักรีจึงสั่งให้ล่ามว่าแก่พม่าว่า เราจะทูลขอให้รอดชีวิตร จงพากันออกมาเถิด จึงให้ปล่อยกลับเข้าไปสองคน เอาตัวไว้ห้าคน แล้วให้ว่า ครั้งก่อนลวงว่าจะออกมา ให้เรากราบทูลพระเจ้าอยู่หัวเปนเท็จไปครั้งหนึ่งแล้ว ถ้าครั้งนี้เปนเท็จอิก เราช่วยไม่ได้ ครั้นเพลาเที่ยงในวันนั้น กองทัพพระยานครราชสิมา พลพันเก้าร้อย ลงมาถึง พระยานครราชสิมาจึงเจ้าเฝ้ากราบถวายบังคม ก็ทรงพระพิโรธ ดำรัศคาดโทษว่ามาช้ากว่าหัวเมืองทั้งปวง พระยานครราชสิมากราบทูลว่า ข้าพระพุทธเจ้าช้าอยู่ด้วยเลขหัวเมืองขึ้นเกณฑ์