ฟากน้ำ แลพระอินทร์เจ้าเมืองพระพิศณุโลกใหม่นั้นฝีมืออ่อน มิได้แกล้วกล้าในการสงคราม ต่อรบต้านทานอยู่ได้ประมาณสามเดือน ชาวเมืองไม่สู้รักใคร่นับถือ ก็เกิดไส้ศึกขึ้นในเมือง เปิดประตูเมืองรับข้าศึกในเพลากลางคืน ทัพฝางก็เข้าเมืองได้ จับได้ตัวพระอินทร์เจ้าเมืองพระพิศณุโลก เจ้าพระฝางให้ประหารชีวิตรเสีย แล้วเอาศพขึ้นประจานไว้ในเมือง จึงให้เก็บเอาทรัพย์สิ่งของทองเงินต่าง ๆ ของเจ้าเมืองกรมการแลชาวเมืองทั้งปวงได้เปนอันมาก แล้วให้ขนเอาปืนใหญ่น้อยแลกวาดต้อนครอบครัวอพยพชาวเมืองพระพิศณุโลกขึ้นไปยังเมืองสวางคบุรี แล้วก็เลิกทัพกลับไปเมือง ขณะนั้นบรรดาหัวเมืองเหนือทั้งปวงก็เปนสิทธิแก่เจ้าพระฝางทั้งสิ้น แลประชาชนชาวเมืองพระพิศณุโลกเมืองพิจิตรที่แตกหนีพาครอบครัวอพยพลงมาพึ่งพระบรมโพธิสมภารณกรุงธนบุรีก็เปนอันมาก.
๏ลุศักราช ๑๑๓๑ ปีฉลูเอกศก ถึงณวัน ๗ ๒ฯ ๕ ค่ำ เพลากลางคืนดึกประมาณสองยาม บังเกิดอัศจรรย์แผ่นดินไหวอิกครั้งหนึ่ง แต่ไหวน้อยกว่าครั้งก่อน.
๏ในปีฉลูเอกศกนั้น ฝ่ายข้างมลาวประเทศกรุงศรีสัตนาคนหุตกับเมืองหลวงพระบางเปนอริแก่กัน พระเจ้ากรุงศรีสัตนาคนหุตเกรงเมืองหลวงพระบางจะยกทัพมาตีเอาเมือง จึงแต่งราชบุตรีชื่อเจ้าหน่อเมืองให้ขุนนางนำเอาไปถวายพระเจ้าอังวะ กับทั้งเครื่องราชบรรณาการ ขอเปนเมืองขึ้นข้าขอบขัณฑสิมาแก่กรุงรัตนบุรอังวะ.
๏ฝ่ายข้างกรุงธนบุรีขณะนั้น มีผู้เปนโจทย์ฟ้องกล่าวโทษสมเด็จพระสังฆราชว่า แต่ครั้งอยู่ในค่ายพระนายกองโพธิ์สามต้นนั้น ได้